บทที่ 27 — ร่องรอย

ปาวันมองอารินอีกครั้ง

ก่อนสายตาจะกลับไปยังมีดสีดำทั้งสี่เล่มที่ลอยอยู่รอบตัวเขา

ไม่มีใครพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง

อารินเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร

เขารับรู้ตำแหน่งของมีดทั้งสี่ได้โดยไม่ต้องมอง

ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

เสียงโดรนเหนือศีรษะดึงอารินกลับมาที่สถานการณ์ตรงหน้า

ภาพบนถุงมือกลับมาชัดแล้ว

อุปกรณ์ในอกของสิ่งมีชีวิตหยุดทำงานตั้งแต่มีดแทงเข้าไป

อารินมองมีดอีกครั้ง

ถ้าไม่ใช้แล้ว

ความคิดนั้นเพิ่งผ่านเข้ามา

การเชื่อมต่อระหว่างเขากับมีดก็คลายลง

คมดำทั้งสี่หยุดนิ่ง

จากนั้นผิวของมันค่อย ๆ จาง

เพียงไม่กี่อึดใจ มีดทั้งหมดก็สลายหายไปจากอากาศ

อารินมองตำแหน่งที่มันเคยลอยอยู่

เสียงรถดังแว่วมาจากอีกด้านของเนิน

อารินหันไป

โดรนลำบนของปาวันเปลี่ยนทิศก่อนส่งภาพกลับมา

รถภาคสนามสองคันกำลังเข้ามาตามเส้นทางที่พวกเขาใช้ก่อนหน้า

“ทีมจากสาขา”

ปาวันเปิดช่องสื่อสาร

“เราอยู่ที่จุดเดิม เป้าหมายหยุดเคลื่อนไหวแล้วครับ”

เสียงซารานตอบกลับมา

“อย่าแตะอะไรเพิ่ม”

“รับทราบ”

อารินมองร่างขนาดใหญ่บนพื้น

“คงแตะไปเยอะแล้ว”

ปาวันมองสภาพพื้นที่รอบตัว

พื้นแตก

โหนดพัง

รอยเลือดกระจายอยู่หลายจุด

“หมายถึงจากตอนนี้”

“ครับ”

ไม่นานทีมสนับสนุนก็มาถึง

ซารานลงจากรถคันแรกพร้อมเจ้าหน้าที่สามคน

อีกคันบรรทุกอุปกรณ์ตรวจภาคสนามกับโดรนขนาดเล็กอีกสองลำ

ซารานเดินตรงเข้ามา

เขามองร่างบนพื้น

มองโหนดที่ถูกทำลาย

แล้วจึงเดินเข้าไปใกล้ร่างบนพื้น

เขาหยุดห่างออกมาสองก้าว

มองอยู่พักหนึ่ง

“เคยเห็นไหม”

ปาวันส่ายหน้า

“ไม่ครับ”

เจ้าหน้าที่อีกสองคนของคาริเวนก็มองร่างนั้นอยู่เหมือนกัน

สีหน้าของทั้งคู่บอกคำตอบก่อนจะมีใครพูด

ซารานหันไปหาเจ้าหน้าที่ที่ถืออุปกรณ์ตรวจ

“เริ่มจากภายนอกก่อน”

อีกฝ่ายพยักหน้า

อุปกรณ์ขนาดเล็กถูกกางออกเหนือร่าง

แสงตรวจไล่จากหัวลงไปตามลำตัว

ข้อมูลเริ่มปรากฏบนถุงมือของเจ้าหน้าที่

อารินมองจากระยะที่ยืนอยู่

ภาพโครงสร้างภายในค่อย ๆ ชัดขึ้นทีละส่วน

กระดูก

กล้ามเนื้อ

อวัยวะ

หลายจุดมีสัดส่วนผิดจากสิ่งมีชีวิตทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ขาหน้าข้างใหญ่มีมัดกล้ามเนื้อซ้อนกันหลายชั้น

ข้อต่อบางตำแหน่งไม่ได้ต่อกันในแนวเดียวกับกระดูกส่วนอื่น

บริเวณแนวสันหลังมีโครงสร้างแข็งแทรกอยู่เป็นช่วง

เจ้าหน้าที่เลื่อนภาพย้อนกลับ

แล้วหยุด

“ตรงนี้”

ซารานขยับเข้าไปดู

บริเวณกลางอกมีวัตถุทรงรีฝังอยู่ใต้กระดูก

ตัวเรือนบางส่วนแตกจากการโจมตี

ด้านในมีผลึกอมฤตขนาดเล็กอยู่หนึ่งชิ้น

รอบมันมีส่วนประกอบอีกหลายชั้นเชื่อมออกไปตามเนื้อเยื่อ

ปาวันมองอาริน

“ที่ทำให้โดรนรวน?”

อารินพยักหน้า

“แสงออกจากตรงนั้นก่อนสัญญาณจะเสียครับ”

เจ้าหน้าที่เปลี่ยนโหมดตรวจ

ข้อมูลอีกชุดปรากฏขึ้น

“ยังมีพลังงานตกค้าง”

เธอขยายภาพ

ภายในมีชุดจ่ายพลังกับวงจรควบคุมเชื่อมต่อออกไปตามเนื้อเยื่อหลายจุด

ข้อมูลย้อนหลังจากโหนดที่ถูกทำลายถูกดึงขึ้นมาเทียบข้างกัน

รูปแบบพลังงานสองชุดซ้อนทับกันเกือบทั้งหมด

ซารานมองผลเปรียบเทียบอยู่ครู่หนึ่ง

อย่างน้อยตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าความผิดปกติที่โหนดตรวจพบก่อนขาดการติดต่อมาจากสิ่งเดียวกัน หรืออย่างน้อยก็จากอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน

“บันทึกรูปแบบนี้ไว้”

เจ้าหน้าที่พยักหน้า

“ถ้าโหนดอื่นตรวจพบอีก ให้แจ้งทันที”

ข้อมูลถูกเพิ่มเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังของคาริเวน

ซารานหันกลับไปมองร่างบนพื้น

“กลับสาขาค่อยตรวจอย่างละเอียด”

ตอนนี้เมื่อมันนอนนิ่งอยู่ตรงหน้า ความผิดปกติยิ่งเห็นชัด

มันไม่ได้ดูเหมือนสัตว์ชนิดหนึ่งที่กลายพันธุ์เพียงเล็กน้อย

ทุกส่วนเหมือนถูกบังคับให้ทำงานเกินกว่ารูปร่างเดิมจะรองรับ

ปาวันเดินไปดูโหนด รอยกรงเล็บบนฐานโลหะมีขนาดตรงกับรอยของมัน

ซารานเดินตามไป

อารินปล่อยสัมผัสออกไปอีกครั้ง

พื้นที่รอบตัวกลับมาเงียบแล้ว

มีเพียงคนของเฮอร์มิต

ไม่มีสัญญาณอื่นอยู่ใกล้

เขาขยายการรับรู้ออกไปจนถึงแนวหินด้านตะวันตก

ตรงจุดที่เขาสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตครั้งแรกไม่มีอะไร

อารินหันไปทางนั้น

“มันไม่ได้อยู่ตรงโหนดตอนแรก”

ซารานมองเขา

“ตอนผมสัมผัสมันได้มันอยู่หลังแนวหินฝั่งนั้นครับ”

“ไปดู”

อารินกับปาวันนำทาง

ซารานตามมาพร้อมเจ้าหน้าที่อีกคน

พวกเขาเดินอ้อมแนวหินไปไม่ไกล

พื้นด้านหลังต่ำลงเป็นร่องแคบ

ต้นไม้ขึ้นกระจายอยู่ตามสองข้าง

อารินหยุดตรงตำแหน่งที่เคยสัมผัสถึงมัน

รอยบนดินมีอยู่เต็มพื้นที่

บางส่วนเป็นรอยกรงเล็บ

บางส่วนเกิดจากร่างขนาดใหญ่ขยับผ่าน

แต่มีอีกอย่าง

ปาวันเห็นก่อน

“นี่ไม่ใช่ของมัน”

รอยกดเป็นแนวยาวอยู่บนพื้น

ตรงเกินไป

กว้างเกือบเท่าลำตัวของสิ่งมีชีวิต

ซารานคุกเข่าลงดู

บริเวณข้างรอยมีเศษวัสดุสีดำติดอยู่กับหิน

เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่าง

พวกเขาเดินตามรอยต่อ

มีจุดหนึ่งที่ดินถูกขุดจนลึก

เหมือนสิ่งมีชีวิตพยายามดิ้นหรือดึงตัวเองออกจากบางอย่าง

ใกล้กันมีชิ้นส่วนโลหะครึ่งวงฝังอยู่ในดิน

อารินก้มมอง

ด้านหนึ่งบิดออก

ซารานให้เจ้าหน้าที่เก็บขึ้นมา

บนผิวมีคราบเลือดแห้งติดอยู่

“ไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เองแน่”

ปาวันพูด

ซารานยังไม่ตอบ

เขามองทางต่อไป

ร่องแคบทอดออกจากแนวหินไปทางเหนือ

“ปล่อยโดรน”

เจ้าหน้าที่แตะถุงมือ

โดรนขนาดเล็กยกตัวจากแท่นบนกระเป๋าอุปกรณ์ แล้วเคลื่อนไปตามแนวร่อง

ภาพสดถูกส่งกลับมา

ร่องรอยบนดินขาดเป็นช่วง ๆ

โดรนลดระดับ

ปาวันชี้

“ตรงนั้น”

รอยล้อ

จางมาก

แต่ยังเห็นสองแนวตัดผ่านพื้นแข็ง

โดรนเคลื่อนตามไป

รอยล้อวกออกไปทางตะวันตก ก่อนหายตรงพื้นที่หิน

“รถเข้ามาได้ถึงแค่นั้น”

ปาวันกล่าว

ซารานมองภาพ

“ดูรอบจุดนั้น”

โดรนหมุนเป็นวงกว้าง

อารินเห็นรอยกดรูปทรงเหลี่ยมอยู่บนพื้นสองตำแหน่ง

หญ้าบริเวณนั้นแบนราบ

เศษวัสดุอีกหลายชิ้นกระจายอยู่ใกล้กัน

หนึ่งในนั้นสะท้อนแสง

โดรนลดต่ำลง

เป็นชิ้นส่วนโลหะขนาดเล็ก

ซารานมองอยู่ครู่หนึ่ง

“ทำตำแหน่งไว้”

“ให้ทีมสำรวจเส้นนี้เพิ่ม”

เสียงตอบรับดังจากถุงมือ

ข้อมูลเส้นทางเปิดขึ้น

โดรนสามลำเคยบินในพื้นที่ใกล้เคียง

สองลำเจอสัญญาณรบกวน

อีกลำอยู่ไกลออกไปและไม่พบอะไร

ซารานลากตำแหน่งทั้งหมดมารวมกัน

จุดรบกวนเกาะอยู่รอบบริเวณเดียวกัน

ไม่ใช่พื้นที่กว้าง

มันเคลื่อนตามสิ่งมีชีวิต

ซารานปิดข้อมูล

“เปลี่ยนโหนด แล้วเอาร่างกลับ”

ทีมแยกกันทำงาน

ปาวันกับเจ้าหน้าที่อีกคนเริ่มถอดส่วนที่เสียหายออกจากฐาน

โดรนหลายลำบินสูงขึ้นเหนือพื้นที่

แนวสำรวจใหม่ค่อย ๆ ขยายไปทางเหนือ

ระหว่างรอ อารินมองมือตัวเองอีกครั้ง

วงพันปี

เขายังรู้สึกถึงความต่างภายในแกนตบะอย่างชัดเจน

แต่สิ่งที่ติดอยู่ในความคิดมากกว่าคือมีดเหล่านั้น

เขาลองหลับตา

เพียงพยายามมองหาความรู้สึกที่มีเมื่อครู่

มีบางอย่างตอบกลับมา

ยังอยู่

ไม่ใช่มีดที่ลอยอยู่รอบตัว

แต่เป็นการเชื่อมต่อกับบางอย่างที่เขายังไม่เข้าใจ

เขาลืมตา

ร่างของสิ่งมีชีวิตถูกย้ายขึ้นแท่นบรรทุกพิเศษในรถอีกคัน

ตัวมันใหญ่จนกินพื้นที่เกือบทั้งหมด

อุปกรณ์ยึดหลายจุดล็อกร่างไว้

อารินนั่งอยู่ด้านหลังรถกับปาวัน

ภาพจากโดรนสำรวจชุดใหม่ยังเข้ามาเป็นระยะ

ส่วนใหญ่ไม่มีอะไร

จนกระทั่งรถใกล้ถึงสาขา

ปาวันหยุดภาพหนึ่ง

“เดี๋ยว”

อารินหันไปดู

ภาพจากโดรนอยู่ไกลขึ้นไปทางเหนือ

ตรงพื้นที่ต่ำระหว่างเนินสองแนวมีรอยบนพื้นจำนวนหนึ่ง

ไม่ชัดพอจะบอกว่าเป็นอะไร

แต่ไม่เหมือนร่องรอยธรรมชาติ

ปาวันขยายภาพ

มีแนวลาก

รอยล้อบางส่วน

แล้วก็พื้นที่สี่เหลี่ยมซึ่งพืชถูกกดราบ

คล้ายกับจุดที่พบก่อนหน้า

อารินมองตำแหน่งบนแผนที่

ห่างจากโหนดออกไปพอสมควร

ซารานได้รับภาพเดียวกันจากรถคันหน้า

เสียงเขาดังผ่านช่องสื่อสาร

“เก็บภาพจากด้านบน แล้วกลับ”

ปาวันตอบรับ

อารินมองภาพต่อ

จากระดับสูง สิ่งหนึ่งเริ่มเห็นชัดขึ้น

รอยไม่ได้มีเพียงเส้นเดียว

มีหลายแนว

บางส่วนเก่า

บางส่วนใหม่กว่า

ทั้งหมดเชื่อมผ่านพื้นที่เดียวกัน ก่อนแยกออกไปคนละทิศ

นี่ไม่ใช่ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตตัวเดียวที่เดินหลงเข้ามา

เมื่อกลับถึงสาขา ร่างถูกส่งตรงเข้าพื้นที่ตรวจ

ข้อมูลจากโหนด

เศษสายรัด

ชิ้นส่วนโลหะ

ภาพรอยล้อ

รวมถึงตำแหน่งใหม่ที่โดรนพบ

จอหลักในศูนย์ปฏิบัติการเปลี่ยนจากแผนที่ทั่วไปเป็นพื้นที่ทางเหนือ

ซารานยืนอยู่ด้านหน้า

เจ้าหน้าที่หลายคนเริ่มแบ่งเขตค้นหาใหม่

แนวบินของโดรนถูกขยาย

เส้นทางรถภาคสนามถูกเปิดเพิ่มอีกสองแนว

อารินยืนอยู่ด้านหลัง

ซารานมองแผนที่อยู่ครู่หนึ่ง

ซารานลากเส้นจากจุดโหนดที่ถูกทำลาย

ไปยังรอยรถ

แล้วต่อขึ้นไปยังตำแหน่งล่าสุดที่โดรนพบ

สามจุดอยู่บนแนวเดียวกันเกือบพอดี

ตอนนี้อย่างน้อยพวกเขารู้แล้วอย่างหนึ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าไม่ได้เริ่มที่โหนด

มันมาจากที่อื่น