บทที่ 36 — กลับบ้าน

แนวอาคารของดาร์กาปรากฏขึ้นอีกครั้งหลังเส้นทางทอดยาวมาหลายวัน

อารินลดความเร็วลงเมื่อถนนเริ่มมีรถหนาแน่นขึ้น

กลิ่นทะเลกลับมาเป็นอย่างแรก

จากนั้นเป็นแนวโรงงาน คลังสินค้า และรถขนส่งที่วิ่งเข้าออกตามเส้นทางเดิม

อารินขี่ผ่านทางแยกไปท่าเรือ ก่อนเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางของเฮอร์มิต

แนวกำแพงสาขาดาร์กาปรากฏขึ้นข้างหน้า

ถุงมือเชื่อมเข้ากับระบบทันทีที่เขาเข้าใกล้

ประตูเปิดออก

อารินขี่รถผ่านเข้าไปในลาน

รถภาคสนามหลายคันจอดอยู่ตามแนวอาคาร เจ้าหน้าที่เดินเข้าออกระหว่างส่วนปฏิบัติการกับคลังอุปกรณ์เหมือนทุกวัน

เขาเดินเข้าอาคารหลัก

เจ้าหน้าที่ไวต์อายหลายคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่ตามโต๊ะทำงาน บางคนกำลังดูข้อมูลภารกิจ บางคนเดินผ่านไป

พร้อมอุปกรณ์ภาคสนาม

อารินกำลังจะเดินต่อเมื่อมีเสียงเรียกจากด้านข้าง

“อาริน?”

เขาหันไป

ไพทูลยืนอยู่ไม่ไกล ชุดไวต์อายมีรอยฝุ่นตามแขนเหมือนเพิ่งกลับจากข้างนอก

อีกฝ่ายมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“บลูอาย”

“อืม”

ไพทูลเดินเข้ามาใกล้

“หายไปนานเลยนะ”

“กลับมาประจำดาร์กา?”

“ยังไม่รู้”

“อ้าว”

อารินยกถุงมือขึ้นเล็กน้อย

“ถูกเรียกกลับ”

ไพทูลพยักหน้า

เสียงแจ้งเตือนดังจากถุงมือของเขา

เจ้าตัวก้มมองข้อมูลแล้วถอนหายใจเบา ๆ

“ผมต้องไปแล้ว”

“อืม”

ไพทูลเดินผ่านไปสองก้าว ก่อนหันกลับมา

“ไว้เจอกัน”

“เจอกัน”

อารินมองตามอีกฝ่ายไปครู่หนึ่ง แล้วเดินต่อ

ทางขึ้นไปยังส่วนสำนักงานยังเหมือนเดิม

เขาผ่านประตูสองชั้น ก่อนหยุดหน้าห้องของธาริน

ระบบยืนยันสิทธิ์แล้วเปิดทางให้

ธารินนั่งอยู่หลังโต๊ะ

บนจอข้างตัวมีข้อมูลหลายชุดเปิดอยู่ แต่เจ้าตัวปิดมันลงทันทีที่เห็นอารินเดินเข้ามา

สายตากวาดผ่านเขาหนึ่งครั้ง

“กลับมาแล้วสินะ”

“ครับ”

“นั่ง”

อารินดึงเก้าอี้ออก

ธารินมองสภาพเขาอีกครั้ง

“คาริเวนเป็นไง”

“กว้างกว่าดาร์กาเยอะครับ”

“ฉันไม่ได้ถามพื้นที่”

อารินเงียบไปนิดหนึ่ง

“ก็ดีครับ”

อารินมองเขา

“เรียกผมกลับเพราะอะไรครับ”

“เพราะนายต้องไปเอนดารา”

คำตอบมาเร็วเกินกว่าที่อารินคาดไว้

เขาชะงักเล็กน้อย

“เอนดารา?”

“อีกสองวัน”

ธารินเปิดข้อมูลหนึ่งขึ้นมาแล้วส่งเข้าถุงมือของเขา

ยังไม่มีรายละเอียดภารกิจ

มีเพียงกำหนดการเดินทาง

อารินมองมัน

“ไปทำอะไรครับ”

“นายเพิ่งกลับมา ไปพักก่อน พรุ่งนี้เช้ามาหาฉัน”

“ครับ”

เขาลุกขึ้น

ตอนกำลังจะเดินออกจากห้อง ธารินพูดขึ้นอีกครั้ง

“อาริน”

เขาหันกลับ

ธารินมองแถบสีน้ำเงินที่มือเขา

“คาริเวนเหมาะกับนายดี”

อารินเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ชมผมอยู่หรือเปล่าครับ”

“กลับบ้านไปได้แล้ว”

อารินยิ้ม

“ครับ”

อารินหยิบหมวกแล้วเดินออกจากห้อง

เมื่อกลับลงมาถึงลาน เขาไม่ได้ขึ้นรถทันที

นิ้วแตะช่องสื่อสารบนถุงมือ

รายชื่อหนึ่งถูกเลือก

ชาลวา

สัญญาณดังอยู่ไม่นาน อีกฝ่ายก็รับ

“ว่าไง”

เสียงรอบปลายสายค่อนข้างดัง มีทั้งเสียงคนกับเสียงอุปกรณ์บางอย่างทำงานอยู่ไกล ๆ

อารินยิ้มเล็กน้อย

“อยู่ไหน”

“ท่าสี่”

“ว่างไหม”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“นายกลับมาแล้ว?”

“อืม”

“มาสิ”

“ตรงไหนของท่า”

ชาลวาบอกตำแหน่งสั้น ๆ

อารินปิดการสื่อสารแล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์

อารินเคยมาที่นี่หลายครั้งสมัยทำงานกับโอรัน แต่ช่วงหลังแทบไม่มีเหตุผลต้องเข้ามา

รถขนส่งจอดเรียงอยู่ตามพื้นที่รับสินค้า คนงานเดินเข้าออกระหว่างแนวโกดังกับจุดโหลด ส่วนด้านข้างมีชุดเครื่องวัดขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ตามแนวทางผ่าน

อารินขี่ตามตำแหน่งที่ชาลวาส่งมา

ไม่นานก็เห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ข้างจุดตรวจ

ชาลวากำลังคุยกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง พลางมองค่าที่แสดงอยู่บนชุดเครื่องวัดตรงหน้า

เขาเงยขึ้นเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์ของอาริน

ชายที่ยืนอยู่ด้วยกันพูดอะไรอีกสองสามคำ ก่อนเดินแยกออกไป

อารินจอดรถข้างพื้นที่ทำงาน

“เดี๋ยวนี้มาคุมถึงนี่แล้ว?”

“คนขาด”

อารินมองเครื่องวัดข้างตัวเขา

ชาลวาแตะหน้าจอตรวจข้อมูลอีกครั้ง

รถขนส่งคันหนึ่งเคลื่อนผ่านจุดวัดช้า ๆ ค่าบนหน้าจอเปลี่ยนตาม ก่อนชาลวาจะปล่อยให้มัน

ผ่านไปต่อ

“คาริเวนเป็นไง”

“ไกล”

“แค่นั้น?”

“กว้างด้วย”

“ฟังดูน่าไปมาก ”

อารินหัวเราะ

“มีป่า มีเขา เมืองไม่ใหญ่เท่าดาร์กา”

รถอีกคันกำลังเข้ามา

ชาลวาขยับออกไปดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับมา

อารินยืนรออยู่ข้างราวกั้น

“โอรันล่ะ”

“อีกท่า”

“ยังวิ่งดูเองทุกที่อยู่เหรอ”

“ถ้าห้ามได้ก็ดี”

“นายก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

ชาลวามองเขา

“ฉันยืนอยู่ที่เดียว”

“วันนี้”

อีกฝ่ายหัวเราะออกมาเบา ๆ

อารินมองพื้นที่รอบตัว

เมื่อก่อนเขามาที่ท่าเรือแทบทุกวัน

ตอนนี้คนหลายคนที่เดินผ่านหน้าเขากลายเป็นคนที่ไม่รู้จักไปแล้ว

ชาลวาเองก็ยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะที่ต่างจากเมื่อก่อน

“แล้วนายล่ะ”

ชาลวาถาม

อารินหันกลับมา

“อะไร”

“กลับมาแล้วจะอยู่ดาร์กา?”

“อีกสองวันต้องไปเอนดารา”

ชาลวานิ่งไปเล็กน้อย

“เพิ่งกลับมา?”

“อืม”

“งาน?”

“ธารินยังไม่บอก”

ชาลวาพยักหน้า

“เหมือนเดิม”

“อะไรเหมือนเดิม”

“เฮอร์มิต”

อารินหัวเราะ

“นายรู้อะไรเกี่ยวกับเฮอร์มิตบ้าง”

“รู้ว่านายเข้าไปแล้วไม่ค่อยโผล่หน้ามาให้เห็น”

“ตอนนี้จะหายไปเอนดาราอีก”

“ก็ประมาณนั้น”

ชาลวาก้มดูข้อมูลที่เพิ่งเข้ามา

อารินมองเขา

“นายเคยไปเอนดาราไหม”

“ไม่เคย”

“ไปถึงแล้วถ่ายมาให้ดูบ้าง”

เสียงจากพื้นที่โหลดสินค้าดังขึ้นอีกฝั่ง

ชาลวาหันไปมอง ก่อนแตะข้อมูลบางอย่างส่งออกไป

จากนั้นจึงพิงราวกั้นข้างอาริน

“จะไปนานไหม”

“ยังไม่รู้”

“แล้วบ้านล่ะ”

“อย่างน้อยคืนนี้ก็ได้กลับไปนอน”

ชาลวาหัวเราะ

“ฝุ่นน่าจะเต็ม”

“จริงด้วย”

อารินหัวเราะออกมา

ทั้งคู่ยืนคุยกันต่ออีกพักหนึ่ง

เรื่องงานที่ท่าเรือ

เรื่องโอรัน

เรื่องคนเก่าที่บางคนย้ายไปอยู่ท่าอื่น

เรื่องอาหารที่คาริเวน

เรื่องเส้นทางที่อารินขี่ผ่าน

ชาลวาต้องหยุดคุยเป็นระยะเพื่อดูงาน แต่ทุกครั้งก็กลับมาต่อจากเรื่องเดิมเหมือนไม่มีอะไรขาดช่วง

จนฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี

อารินมองเวลา

“ฉันกลับก่อน”

“อืม”

ชาลวายังคงยืนอยู่ข้างชุดเครื่องวัด

อารินเดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์

เขาสวมหมวกแล้วขึ้นรถ

มอเตอร์ไซค์เคลื่อนออกจากท่า

เส้นทางกลับบ้านพาเขาผ่านแนวท่าเรืออีกครั้ง

แสงเย็นสะท้อนอยู่บนผิวน้ำระหว่างช่องของอาคารและเครนขนส่ง

อารินมองผ่านมันเพียงครู่เดียว ก่อนเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่คุ้นเคย

คืนนี้เขาได้กลับบ้านจริง ๆ

แต่เหลือเวลาอีกเพียงสองวัน

ก่อนเส้นทางข้างหน้าจะเปลี่ยนอีกครั้ง