บทที่ 38 — วินาส

เช้าวันเดินทาง อารินออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าเพียงใบเดียว

มอเตอร์ไซค์เคลื่อนผ่านถนนที่คุ้นเคยไปยังสาขาดาร์กา

แทนที่จะตรงไปอาคารหลัก เขาเลี้ยวเข้าส่วนเทคนิคด้านหลัง

ประตูโรงซ่อมเปิดกว้างอยู่

แพรกำลังก้มดูชิ้นส่วนบางอย่างบนโต๊ะ เมื่อได้ยินเสียงรถจึงเงยหน้าขึ้น

สายตาเลื่อนไปยังกระเป๋าที่ผูกอยู่ด้านหลัง ก่อนกลับมามองอาริน

“ไปวันนี้?”

“อืม”

แพรเดินเข้ามารับกุญแจที่เขายื่นให้

“กลับมาเมื่อไหร่”

“ยังไม่รู้”

“งั้นฉันยึดไว้ใช้ก่อน”

อารินมองเธอ

แพรยักไหล่

“ล้อเล่น”

เธอเข็นรถเข้าไปด้านใน

“ไปเถอะ เดี๋ยวรถออกก่อน”

อารินมองมอเตอร์ไซค์ของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง

ครั้งนี้เส้นทางไกลเกินกว่าจะเอามันไปด้วย

“ฝากด้วย”

แพรโบกมือโดยไม่หันกลับมา

อารินสะพายกระเป๋าแล้วเดินออกจากโรงซ่อม

รถของเฮอร์มิตจอดรออยู่หน้าอาคารหลักแล้ว

เขาขึ้นไปนั่งด้านหลัง

ไม่นานแนวกำแพงของสาขาดาร์กาก็ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป

เส้นทางออกจากดาร์กายังคงเต็มไปด้วยรถขนส่ง

โกดังและโรงงานทอดต่อกันอยู่สองข้างทาง ก่อนค่อย ๆ บางลงเมื่อออกห่างจากเขตท่าเรือ

กลิ่นทะเลจางหายไป

แนวอาคารเตี้ยลงเรื่อย ๆ

พื้นที่เปิดกว้างขึ้น

อารินนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง

ดาร์กาเป็นเมืองใหญ่

เขาเคยคิดอย่างนั้นมาตลอด

แม้หลังจากไปคาริเวน ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่เปลี่ยนมากนัก

คาริเวนกว้างกว่า พื้นที่ป่ากับภูเขาทอดออกไปไกลกว่า แต่ตัวเมืองกลับเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด

เส้นทางครั้งนี้ต่างออกไป

ยิ่งรถวิ่งลึกเข้าไปในแผ่นดิน ภูมิประเทศรอบตัวก็ยิ่งเปลี่ยน

แนวต้นไม้ลดลง

พื้นดินเริ่มแห้งและเปิดโล่ง

ลมพัดฝุ่นบาง ๆ ข้ามถนนเป็นช่วง

รถจากทิศทางอื่นเริ่มปรากฏมากขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่ใช่เฉพาะรถขนส่งสินค้าจากดาร์กา

มีทั้งรถโดยสาร รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถของหน่วยงานต่าง ๆ และขบวนขนส่งที่อารินไม่คุ้นตา

เส้นทางหลายสายค่อย ๆ มารวมกัน

จากถนนที่มีรถวิ่งประปราย กลายเป็นแนวการเดินทางขนาดใหญ่ที่ทอดตรงไปข้างหน้า

ช่วงบ่าย แนวอาคารแรกของวินาสก็ปรากฏขึ้น

ตอนแรกอารินคิดว่าเป็นเพียงเขตอุตสาหกรรมอีกแห่ง

แต่ยิ่งเข้าใกล้ เขาก็เริ่มเห็นว่าแนวอาคารทอดออกไปไกลกว่านั้นมาก

สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ตั้งเรียงกันตามแนวเส้นทาง

ทางแยกซ้อนกันหลายระดับ

รถจำนวนมหาศาลไหลเข้าออกจากคนละทิศโดยแทบไม่หยุด

ขบวนขนส่งยาวเหยียดเคลื่อนผ่านด้านข้าง

อีกแนวหนึ่งกำลังเข้าสู่เขตขนถ่ายสินค้า

อารินเอนตัวมองผ่านกระจก

วินาสไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเมืองที่สร้างขึ้นรอบที่อยู่อาศัย

มันเหมือนเมืองทั้งเมืองเกิดขึ้นเพราะทุกเส้นทางจำเป็นต้องผ่านที่นี่

รถของเฮอร์มิตเคลื่อนตามช่องทางเข้าสู่ศูนย์เดินทางขนาดใหญ่

หลังคาของอาคารทอดยาวครอบคลุมพื้นที่กว้าง

ป้ายบอกเส้นทางจำนวนมากแขวนอยู่เหนือทางผ่าน

ชื่อพื้นที่ที่อารินเคยเห็นบนแผนที่ปรากฏอยู่คนละทิศ

ผู้คนเดินสวนกันตลอดเวลา

บางคนลากกระเป๋า

บางกลุ่มขนอุปกรณ์ขนาดใหญ่

พ่อค้ากำลังตรวจสินค้าที่เพิ่งลงจากรถ

เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบต่างรูปแบบเดินตัดผ่านฝูงชน

ภาษาเดียวกันดังอยู่รอบตัว แต่หลายเสียงมีสำเนียงต่างจากดาร์กาอย่างชัดเจน

เสื้อผ้าก็ต่างกัน

บางคนสวมชุดคลุมยาวสำหรับพื้นที่ทะเลทราย

บางกลุ่มแต่งตัวเรียบง่ายกว่า

บางคนติดอุปกรณ์เดินทางไว้ตามตัวเต็มไปหมด

อารินลงจากรถ

ทันทีที่เท้าแตะพื้น เขาก็รับรู้ถึงสิ่งที่ต่างออกไปอีกอย่าง

ตบะ

สัญญาณจำนวนมากซ้อนทับกันอยู่ทั่วพื้นที่

บางคนปล่อยออกมาตามธรรมชาติจนสัมผัสได้แม้อยู่ห่างออกไป

บางคนกดมันเอาไว้จนเหลือเพียงร่องรอยจาง ๆ

มีทั้งที่อารินคุ้นเคยและลักษณะที่เขาแทบไม่เคยสัมผัสมาก่อน

เขาเดินตามเจ้าหน้าที่นำทางผ่านโถงกลาง

ชายรูปร่างใหญ่คนหนึ่งเดินสวนมา

ตบะรอบตัวไม่ได้แผ่ออกมาแรงนัก แต่ทันทีที่ผ่านกัน อารินก็รู้ว่าปริมาณที่ถูกกดเอาไว้สูงกว่าคนทั่วไปที่เขาเคยพบในดาร์กามาก

อีกไม่ไกล ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ขนส่ง

สัญญาณตบะของเธอชัดเจนกว่า

หนักแน่นจนคนที่เดินผ่านบริเวณนั้นเว้นระยะออกไปเล็กน้อยโดยแทบไม่รู้ตัว

แต่ไม่มีใครหันไปมองเป็นพิเศษ

อารินเดินต่อ

ในดาร์กา คนระดับนี้คงสะดุดตา

ที่วินาส เขาเห็นไปแล้วหลายคนภายในเวลาไม่นาน

คนจากหลายพื้นที่ของสุวารันกำลังไหลผ่านสถานที่เดียวกัน

วินาสไม่ได้เป็นปลายทางของคนส่วนใหญ่

มันเป็นจุดที่ทุกคนผ่านไปยังที่อื่น

รถเปลี่ยนเส้นทางออกจากศูนย์เดินทางในช่วงเย็น

อารินกลับขึ้นมานั่งด้านหลังอีกครั้ง

วินาสยังทอดยาวออกไปอีกมาก

เขตขนส่งขนาดใหญ่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแนวอาคารพักอาศัย ร้านค้า และพื้นที่บริการนักเดินทาง ก่อนจะกลับเข้าสู่

แนวเส้นทางหลักอีกครั้ง

แสงไฟทั่วเมืองค่อย ๆ สว่างขึ้นเมื่อท้องฟ้ามืดลง

จากบนทางยกระดับ อารินมองเห็นรถเคลื่อนอยู่เบื้องล่างหลายทิศทาง

แสงไฟทอดต่อกันไปไกลผ่านพื้นที่ทะเลทราย

เขาเคยเห็นข้อมูลของวินาสมาก่อน


แต่พอมาเห็นด้วยตา ดาร์กาที่เขาคุ้นเคยก็ดูเล็กลงทันที

แม้แต่คาริเวนที่พื้นที่กว้างจนต้องใช้เวลาหลายวันออกตรวจ ก็เป็นเพียงพื้นที่หนึ่งบนเส้นทางเหล่านี้

รถแล่นออกจากเมือง

แสงของวินาสยังคงมองเห็นอยู่ด้านหลังอีกนาน

อารินเอนศีรษะพิงเบาะ

ถุงมือวางอยู่บนตัก

กำหนดการของเอนดารายังไม่มีรายละเอียดเพิ่ม

ไม่มีชื่อคนที่จะพบ

ไม่มีภารกิจ

มีเพียงปลายทาง

เอนดารา

เขานึกถึงสิ่งที่ธารินพูดเมื่อวาน

เรื่องปู่

เรื่องมีดสีดำ

และคนที่เอนดาราซึ่งรู้เรื่องของเขามากพอจะเรียกตัวไปทันทีหลังสิ่งเหล่านั้นปรากฏ

อารินมองออกไปนอกหน้าต่าง

ถัดจากเอนดาราไปอีกทางคือวารัน

ปู่ยังอยู่ที่นั่น

ครั้งล่าสุดที่คุยกัน เขาไม่ได้ถามเรื่องที่ธารินเพิ่งบอกแม้แต่คำเดียว

ตอนนั้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรให้ถาม

ถ้าเรื่องที่ธารินพูดเป็นความจริง ปู่รู้เรื่องของเขามากกว่าที่เคยบอกไว้แน่นอน

อารินหลับตาลงครู่หนึ่ง

เมื่อเรื่องที่เอนดาราจบลง ถ้ามีโอกาส เขาจะไปวารัน

การเดินทางดำเนินต่อไปตลอดคืน

อารินหลับเป็นช่วง ๆ

บางครั้งตื่นขึ้นมาเห็นเพียงความมืดนอกหน้าต่าง

บางครั้งเป็นแสงจากจุดพักหรือแนวชุมชนที่รถแล่นผ่าน

เมื่อแสงเช้าค่อย ๆ ปรากฏ พื้นที่รอบตัวก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

ทะเลทรายถูกทิ้งไว้ด้านหลัง

สิ่งปลูกสร้างเริ่มกลับมาหนาแน่นขึ้น

ถนนกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

รถจากเส้นทางอื่นมารวมกันมากกว่าเดิม

อารินลืมตาตื่นเต็มที่เมื่อเห็นบางอย่างอยู่ไกลออกไป

ตอนแรกมันยังเป็นเพียงเส้นเล็ก ๆ บนขอบฟ้า

เมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้ เส้นเหล่านั้นจึงค่อย ๆ แยกออกจากกัน

ยอดอาคารสูงจำนวนมากตั้งเรียงอยู่ไกลออกไป

บางหลังสูงจนส่วนบนสะท้อนแสงเช้าก่อนพื้นที่ด้านล่าง

และด้านหลังยังมีเงาของอาคารอีกจำนวนมหาศาลซ้อนต่อกันไป

อารินมองผ่านกระจกโดยไม่ละสายตา

เอนดารา

ตอนนี้อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว