บทที่ 40 — พบกันอีกครั้ง

วารันยังคงอยู่ในความคิดของอาริน

อัมบามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแตะข้อมูลบนโต๊ะ

ชุดข้อมูลใหม่เปิดขึ้น

เส้นทางจากเอนดาราไปวารันปรากฏตรงกลาง พร้อมรายละเอียดการเดินทางและรายชื่อเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง

“อีกสองวันจะมีคณะวิจัยออกไปวารัน”

อัมบาพูด

“นายไปกับพวกเขา”

อารินเงยหน้าขึ้น

เมื่อสองคืนก่อน เขายังคิดอยู่บนรถว่าหลังเรื่องที่เอนดาราจบลง ถ้ามีโอกาส เขาจะเดินทางไปวารันด้วยตัวเอง

แต่ตอนนี้เส้นทางนั้นถูกวางไว้ตรงหน้าแล้ว

ข้อมูลชุดหนึ่งถูกส่งเข้าถุงมือ

ชื่อของเขาอยู่ในรายชื่อเจ้าหน้าที่คุ้มกันคณะวิจัย พร้อมเจ้าหน้าที่จากเอนดาราอีกหลายคน

รายละเอียดงานวิจัยมีไม่มาก ส่วนที่ส่งมาส่วนใหญ่เป็นกำหนดการเดินทาง ที่พัก และข้อมูลสำหรับรายงานตัว

อารินมองอัมบา

“แปลว่าต่อให้วันนี้ผมไม่ถามเรื่องพ่อกับแม่ คุณก็จะส่งผมไปวารันอยู่ดี”

“ใช่”

อารินเงียบ

อัมบาปิดข้อมูลบนโต๊ะลงบางส่วน

“คณะวิจัยมีงานของพวกเขา นายก็มีหน้าที่ของนาย”

เธอมองอารินตรง ๆ

“ส่วนเรื่องที่นายอยากรู้”

อัมบาหยุดครู่หนึ่ง

“พอไปถึงวารัน นายจะได้คำตอบมากกว่าที่ฉันให้ได้ตรงนี้”

อารินไม่ได้ถามว่ามากแค่ไหน

อย่างน้อยตอนนี้เขารู้แล้วว่าควรไปหาใคร

ปู่ของเขาอยู่ที่วารัน

อเล็กก็อยู่ที่นั่น

อัมบาเอนหลังเล็กน้อย

สายตาของเธอเลื่อนไปยังมุมโต๊ะ

อารินมองตามโดยไม่ตั้งใจ

มีกรอบรูปตั้งอยู่ตรงนั้น

ก่อนหน้านี้ข้อมูลหลายชุดบังมันไว้เกือบหมด

อัมบายื่นมือไปหยิบขึ้นมา

ในรูปเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง

อารินเห็นเพียงชั่วครู่

ใบหน้าที่เขาไม่รู้จัก

อัมบามองรูปนั้นอยู่เงียบ ๆ

เพียงครู่เดียว เธอก็วางกรอบรูปกลับลงที่เดิม

“หลังกลับจากวารัน มาหาฉันอีกครั้ง”

อารินมองเธอ

“ครับ”

“ฉันมีงานให้นายอีกอย่าง”

“งานที่ฉันมั่นใจว่านายจะไม่ปฏิเสธ”

อารินเลิกคิ้วเล็กน้อย

แต่ผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีว่าจะบอกต่อ

“วันนี้ไปพักก่อน”

อารินพยักหน้า

เขาลุกขึ้น

ก่อนเดินออกจากห้อง อารินเหลือบมองกรอบรูปบนโต๊ะอีกครั้ง

เซน่ายืนอยู่ไม่ไกลจากประตู

เธอกำลังดูข้อมูลบนถุงมือ

เมื่อเห็นอารินออกมา ข้อมูลก็ถูกปิดลงทันที

“เสร็จแล้ว?”

“ครับ”

“ไป”

เซน่าเดินนำออกไปตามทางเดิม

อารินตามหลัง

ครั้งก่อนตอนขึ้นมา เขาแทบไม่ได้สนใจพื้นที่รอบตัว

ตอนนั้นความคิดทั้งหมดอยู่กับคนที่กำลังจะพบ

ตอนนี้เขาจึงเพิ่งสังเกตว่าชั้นนี้เงียบกว่าส่วนอื่นของสำนักงานใหญ่เพียงใด

ประตูแต่ละบานอยู่ห่างกัน

เจ้าหน้าที่ที่เดินผ่านมีไม่มาก

บางคนเพียงพยักหน้าให้เซน่า ก่อนเดินต่อไป

ทั้งคู่เข้าไปในลิฟต์

อารินมองตัวเลขที่เปลี่ยนลงเรื่อย ๆ

“อีกสองวันผมไปวารัน”

“รู้แล้ว”

เขาหันไปมอง

เซน่ายังคงยืนมองตรงไปข้างหน้า

“คุณไปด้วยไหมครับ”

“ไป”

เซน่าเหลือบมองเขา

อารินชะงักไปเล็กน้อย

ประตูลิฟต์เปิด

เซน่าเดินออกไป

อารินตามหลังพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

อย่างน้อยเรื่องหนึ่งก็ยังเหมือนตอนเวลิรัน

เซน่ายังคุยด้วยยากเหมือนเดิม

เช้าวันรุ่งขึ้น เซน่ามารับอารินที่อาคารที่พัก

“กินอะไรหรือยัง”

“ยังครับ”

เซน่าพยักหน้า

“งั้นไปกินก่อน”

โรงอาหารของสำนักงานใหญ่กินพื้นที่เกือบทั้งชั้น

ช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่อยู่เต็มโต๊ะ แต่พื้นที่กว้างพอจนไม่รู้สึกแออัด

ทั้งคู่เลือกโต๊ะด้านข้างที่ยังว่าง

เซน่านั่งลงได้ไม่ถึงนาที ถุงมือก็สั่นขึ้น

เธอก้มมองข้อมูล

“กินไปก่อน”

“ครับ”

“ฉันไปจัดการอะไรนิดหน่อย”

เซน่าลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

อารินมองตาม

จากประสบการณ์ที่มี เขาไม่ได้ถามว่านิดหน่อยของเซน่าหมายถึงนานแค่ไหน

เขาหันกลับมาจัดการอาหารตรงหน้า

รอบตัวเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเบา ๆ

เจ้าหน้าที่หลายกลุ่มนั่งกินไปพร้อมกับเปิดข้อมูลบนถุงมือ บางโต๊ะมีอุปกรณ์วิจัยวางอยู่ข้างเก้าอี้

อารินเพิ่งกินไปได้ไม่กี่คำ

เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

“…อาริน?”

มือของเขาหยุด

อารินหันไป

ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว

ในมือถือแก้วเครื่องดื่มอยู่

ทั้งคู่มองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง

“จีน่า?”

สายตาของเธอเลื่อนจากหน้าเขาลงไปยังเครื่องแบบ

จากนั้นหยุดที่ถุงมือ

แถบสีน้ำเงินอยู่ตรงนั้นชัดเจน

แล้วเงยหน้ากลับขึ้นมา

“เดี๋ยวนะ”

อารินมองเธอ

“อะไร”

จีน่าชี้ลงไปที่มือเขา

“นั่นบลูอาย?”

“อืม”

“อืม?”

อารินมองถุงมือตัวเอง

“ก็บลูอาย”

“ฉันเห็น!”

เสียงเธอดังขึ้นจนคนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง

จีน่าลดเสียงลงทันที

“นายไปทำอะไรมา”

“ทำงาน”

จีน่าจ้องเขา

อารินยิ้มเล็กน้อย

“แล้วจะให้ตอบว่าอะไร”

จีน่าอ้าปากเหมือนจะพูด ก่อนเปลี่ยนใจ

เธอมองเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

จีน่าวางแก้วลงแล้วดึงเก้าอี้ออก

อารินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง

ครั้งล่าสุดที่เจอกันยังเป็นคืนหลังเรียนจบ

หลังจากนั้นเธอก็ออกจากดาร์กา

ส่วนเขา—

จีน่ามองหน้าเขา

“อย่าคิดว่าฉันลืมเรื่องนายไม่ไปส่งนะ”

อารินหัวเราะออกมา

“ตอนนั้นฉันยังไม่ตื่น”

“รู้แล้ว”

“งั้นจะติดใจทำไม”

“ตอนแรกยังไม่รู้”

จีน่าหยิบแก้วขึ้นดื่ม

“ฉันยืนรออยู่ตั้งนาน”

“ชาลวาไม่ได้บอก?”

“วันนั้นยัง”

อารินพยักหน้า

“งั้นโทษชาลวา”

จีน่าหรี่ตามองเขา

อารินหัวเราะ

จีน่ามองเครื่องแบบเขาอีกครั้ง

“ชาลวาบอกว่านายเข้าเฮอร์มิตแล้ว”

เธอชี้ถุงมือเขา

“แต่ไม่ได้บอกเรื่องนี้”

อารินหยุดเล็กน้อย

“เธอยังคุยกับชาลวาอยู่?”

จีน่าชะงัก

“ทำไม”

“เปล่า”

“สีหน้าไม่เปล่า”

“ฉันกินข้าวอยู่”

จีน่ามองเขาอีกครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า

“ช่างนายเถอะ”

อารินยิ้มแล้วกินต่อ

ผ่านไปไม่นาน จีน่าก็ลุกไปเอาอาหารของตัวเองมา

เมื่อกลับมา เธอนั่งลงฝั่งตรงข้ามเหมือนโต๊ะนี้เป็นของตัวเองมาตั้งแต่แรก

“แล้วนายมาเอนดาราทำไม”

“ถูกเรียกมา”

“งานเหรอ”

“ประมาณนั้น”

“ประมาณนั้นคืออะไร”

“ยังอธิบายไม่ได้”

จีน่าพยักหน้า

ไม่ได้ถามต่อ

อารินมองเธอ

“แล้วเธอล่ะ”

“ทำงาน”

เขาหัวเราะทันที

จีน่าเงยหน้าขึ้น

“อะไร”

“เปล่า”

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรู้ตัว

“นี่นายเอาคืนเหรอ”

“ยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

“น่าหมั่นไส้ขึ้นนะ”

จีน่าหลุดหัวเราะออกมา

“แล้วจะอยู่เอนดารานานไหม”

“พรุ่งนี้ไปแล้ว”

“ไปไหน”

“วารัน”

ช้อนในมือจีน่าหยุด

เธอเงยหน้าขึ้น

“วารัน?”

“อืม”

จีน่ามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นมุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น

“กับขบวนวิจัย?”

คราวนี้เป็นอารินที่หยุด

“เธอรู้ได้ไง”

จีน่าพิงพนักเก้าอี้

“เพราะฉันอยู่ในขบวนนั้น”

อารินมองเธอ

จีน่ายกแก้วเครื่องดื่มขึ้น

“ชื่อฉันอยู่ในรายชื่อด้วย”

“จริงเหรอ ฉันไม่ได้อ่านหมด”

จีน่าหัวเราะ

อารินเปิดข้อมูลขบวนขึ้นมาจากถุงมือ

เลื่อนลงไปตามรายชื่อฝ่ายวิจัย

ไม่กี่บรรทัดต่อมา

ชื่อของจีน่าปรากฏอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

เขาปิดข้อมูล

จีน่ายังคงมองอยู่

“เป็นไง”

“บังเอิญดี”

“ฉันว่าแปลกมากกว่า”

“ก็นิดหน่อย”

จีน่ายิ้ม

“งั้นพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องแนะนำตัวใหม่แล้ว”

อารินหยิบช้อนขึ้นมาอีกครั้ง

“ประหยัดเวลาไปคนหนึ่ง”

“นายพูดได้แค่นี้จริง ๆ เหรอ”

“จะให้พูดอะไร”

จีน่าส่ายหน้า

“กินไปเถอะ”

บทสนทนายังคงดำเนินต่อเป็นระยะ

พรุ่งนี้พวกเขายังต้องเดินทางด้วยกันอีกไกล