บทที่ 44 — วารัน
เสียงยานพาหนะดังเข้ามาจากด้านนอกศูนย์วิจัย
กำลังเสริมของเฮอร์มิตวารันมาถึง
เจ้าหน้าที่หลายกลุ่มกระจายเข้าพื้นที่ทันที
พวกเรเวนที่ยังต่อสู้อยู่ถอนตัวแทบพร้อมกัน
ปีกพลังงานหลายคู่กางขึ้น ก่อนร่างเหล่านั้นจะพุ่งออกจากพื้นที่ไปคนละทิศ
กลุ่มชายถือกระบองเริ่มถอยตาม
ชายร่างใหญ่ยันตัวลุกขึ้นจากพื้น
รอยแผลขนาดใหญ่บนลำตัวยังมีเลือดไหลอยู่ แต่ขอบแผลกำลังหดเข้าหากันอย่างช้า ๆ
เขามองอเล็กกับชายชราที่ยืนอยู่หน้าซากประตู
จากนั้นหันกลับ
กระบองเหล็กถูกยกขึ้นพาดไหล่ ก่อนเจ้าตัวจะถอยออกไปพร้อมคนที่เหลือ
เจ้าหน้าที่วารันเข้าสกัดไว้ได้บางส่วน
การปะทะที่กระจายอยู่ทั่วศูนย์วิจัยค่อย ๆ สิ้นสุดลง
อารินปล่อยการเชื่อมต่อ
มีดสีดำทั้งสี่เล่มสลายไปจากข้างตัว
เขามองพื้นที่รอบด้าน
เจ้าหน้าที่กำลังเข้าควบคุมผู้ที่ถูกจับกุม อีกส่วนตรวจอาคารที่ได้รับความเสียหายและช่วยคนเจ็บออกจากพื้นที่
ไนกัลเข้าไปคุยกับกลุ่มเจ้าหน้าที่วารันอยู่ไม่นาน
อารินก้มมองถุงมือ
ข้อมูลเหตุการณ์ที่ศูนย์วิจัยถูกอัปเดตเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เขาเลื่อนผ่านรายงานเบื้องต้น
ภาพของชายร่างใหญ่ที่เพิ่งถอนตัวออกไปปรากฏขึ้น
ดิมบา หัวหน้ากลุ่มแร็กซอสในวารัน
ที่คาริเวนเขาเคยเจอเรเวน
ก่อนหน้านั้นก็เคยเจอพวกแร็กซอส
แต่ครั้งนี้ทั้งสองกลุ่มกลับปรากฏตัวในที่เดียวกัน
พวกมันร่วมมือกันได้อย่างไร
แล้วต้องการอะไรจากศูนย์วิจัยแห่งนี้
อารินปิดข้อมูล
สายตากลับไปยังซากประตูด้านหน้า
ชายชราที่เพิ่งเดินออกมาจากอาคารยังยืนอยู่ตรงนั้น
“ปู่!”
อารินรีบเดินเข้าไป
แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยแรงกดดันคลายลง
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“มาถึงแล้วเหรอ”
อารินชะงัก
“ปู่เป็นยังไงบ้าง”
“ก็อย่างที่เห็น”
ชายชรายกขวานขึ้นเล็กน้อย
“ยังถือไหวอยู่”
อเล็กยืนอยู่ข้าง ๆ
เขามองขวานในมือชายชราแล้วถอนหายใจ
“ถือไหวน่ะถือไหว”
อารินยังไม่ทันพูดอะไร
แรงตบะรอบร่างปู่ก็หายไป
ขวานสีดำในมือสลายตาม
ร่างชายชราเอนลงทันที
อเล็กคว้าแขนไว้ก่อนจะล้ม
อารินเข้าไปช่วยอีกด้าน
ชายชราหายใจแรงอยู่ครู่หนึ่ง
สีหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
อเล็กมองเขา
“ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องฝืน ผมจัดการเองได้”
“รู้แล้ว”
“แล้วออกมาทำไม”
ชายชราเงยหน้ามองอเล็ก
“มันช่วยไม่ได้”
อเล็กเลิกคิ้ว
“พอเห็นคนกำลังสู้กัน ร่างมันก็อยากขยับเอง”
เขาพูดเหมือนกำลังอธิบายเรื่องธรรมดา
“สัญชาตญาณของสายเลือดเรา แกจะให้ฉันนั่งดูเฉย ๆ ได้ยังไง”
“ถ้าคราวหน้าลุกไม่ขึ้นก็อย่ามาโทษผมแล้วกัน”
ชายชราหัวเราะเบา ๆ
เจ้าหน้าที่จากด้านในเข็นรถออกมา
อเล็กช่วยประคองชายชราลงนั่ง
อารินยืนอยู่ข้างรถ
เขามองใบหน้าของปู่
ตอนที่อยู่ดาร์กา อาการของปู่แย่ลงเรื่อย ๆ จนต้องมารักษาที่วารัน
แต่ภาพเมื่อครู่—
ต่างจากชายชราที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าแทบจะเป็นคนละคน
อารินมองปู่อีกครั้ง
มีหลายเรื่องที่เขาอยากถาม
มากกว่าตอนออกจากเอนดาราเสียอีก
แต่สภาพของชายชราตรงหน้าทำให้คำถามเหล่านั้นหยุดอยู่แค่นั้น
อเล็กจับรถเข็น
“ไปนั่งพักก่อน”
ปู่โบกมือ
อเล็กมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเข็นรถไปยังพื้นที่พักด้านข้างอาคารที่ไม่ได้รับความเสียหาย
อารินเดินตามไป
—
จากตรงนั้นมองเห็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของศูนย์วิจัย
เจ้าหน้าที่วารันกำลังเข้าตรวจแต่ละอาคาร
รถของขบวนจากเอนดาราถูกเคลื่อนเข้ามาด้านในแล้ว
ปู่มองภาพเหล่านั้นอยู่พักหนึ่ง
“จำวารันได้บ้างไหม”
อารินมองพื้นที่รอบศูนย์วิจัย
“ไม่ครับ”
“ก็ไม่แปลก ตอนย้ายไปดาร์กา นายยังสี่ขวบ”
ชายชราพิงพนักรถ
“ที่นี่มีของให้พวกนักวิจัยสนใจเยอะ”
อารินกำลังจะถาม
อเล็กเดินกลับมาพอดี
ในมือถือขวดน้ำมาด้วย
เขาส่งให้ชายชรา
“พอแล้ว”
ปู่รับไป
“ฉันเพิ่งพูดไปไม่กี่คำ”
“หมอบอกให้พัก”
“นายเป็นหมอตั้งแต่เมื่อไร”
“ตั้งแต่ต้องคอยตามดูแลคุณนี่แหละ”
ปู่หัวเราะอีกครั้ง
อเล็กหันมาหาอาริน
“เดี๋ยวค่อยคุยกัน”
อารินพยักหน้า
ปู่ดื่มน้ำ ก่อนมองเขา
“ไปจัดการงานของนายก่อน”
อารินยืนมองอเล็กเข็นรถพาปู่ออกไป
ก่อนหันกลับไปยังขบวนจากเอนดารา
รถของขบวนถูกย้ายเข้ามาจอดในพื้นที่ด้านในศูนย์วิจัย
เจ้าหน้าที่กำลังตรวจความเสียหาย
ฝ่ายวิจัยเริ่มขนอุปกรณ์ลงจากรถ
อารินเดินเข้าไป
จีน่ากำลังยืนอยู่ข้างรถ
ทันทีที่เห็นเขา เธอก็วางของในมือลง
“เป็นอะไรไหม”
จีน่ามองตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงแขน
อารินก้มมองตัวเอง
เสื้อมีรอยฝุ่นและรอยขาดอยู่บางจุด
“ยังเดินมาได้”
จีน่ามองหน้าเขา
อารินยิ้ม
จีน่าถอนหายใจ ก่อนหยิบอุปกรณ์อีกชิ้นจากรถ
อารินมองอาคารที่ถูกโจมตี
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
“อาริน”
เขาหันไป
ไนกัลยืนอยู่ไม่ไกล
กรีนอายสองคนอยู่กับเขา
“มากับฉัน”
“ครับ”
อารินหันกลับมาหาจีน่า
เธอมองกลุ่มตรงหน้าแล้วพยักหน้า
อารินเดินตามไนกัลไป
—
อาคารที่เซน่าตรงเข้ามาตั้งแต่ตอนการปะทะยังมีเจ้าหน้าที่วารันรักษาพื้นที่อยู่โดยรอบ
ส่วนประตูด้านหน้าถูกทำลายจากแรงปะทะก่อนหน้านี้
ไนกัลพาทั้งกลุ่มเข้าอีกทาง
ด้านในมีร่องรอยความเสียหายน้อยกว่าที่เห็นจากภายนอก
พวกเขาขึ้นไปยังชั้นสอง
กรีนอายของวารันสองคนยืนอยู่หน้าประตูห้องหนึ่ง
เซน่าอยู่ตรงนั้นแล้ว
ข้อมูลหลายชุดเปิดอยู่บนถุงมือ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เธอเงยหน้าขึ้น
สายตาหยุดที่ไนกัล
เจ้าหน้าที่วารันคนหนึ่งแตะข้อมูลบนถุงมือ
ประตูเปิดออก
ไนกัลเดินนำเข้าไป
อารินตามหลัง
ด้านในกว้างกว่าที่คิด
นักวิจัยหลายคนกำลังเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจวัดออกจากพื้นที่
หญิงสาวอายุราวสิบห้าสิบหกปีนั่งอยู่บนเตียง
ผมดำยาวเป็นลอนเล็กน้อย ผิวขาวนวลจนเหมือนไม่ค่อยได้เจอแสงแดด
เจ้าหน้าที่วิจัยกำลังปลดอุปกรณ์ตรวจจากแขนและลำตัวของเธอออกทีละชิ้น
เธอหันมามองทันทีที่กลุ่มของไนกัลเดินเข้ามา
ไนกัลหยุดห่างจากเตียงไม่กี่ก้าว
“ซิตร้า”
หญิงสาวพยักหน้า
“ไนกัล จากเอนดารา เรามารับคุณ”
อารินมองทั้งสองคน
ไนกัลเปิดข้อมูลบนถุงมือ
“เราจะออกจากวารันเช้าพรุ่งนี้”
ซิตร้าพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
ขบวนจากเอนดาราไม่ได้เดินทางมาที่วารันเพียงเพราะงานวิจัย
ภารกิจหลักคือการพาผู้หญิงคนนี้กลับไป
เซน่าเดินไปหาเจ้าหน้าที่วารันที่ยืนอยู่ด้านข้าง
ชายคนนั้นหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นจากโต๊ะ
ขนาดไม่ใหญ่มาก
เขาส่งให้เซน่า
เธอรับมา ก่อนตรวจข้อมูลที่แนบอยู่บนถุงมือ
ซิตร้ามองกล่องใบนั้น
สายตาหยุดอยู่ครู่หนึ่ง
ไนกัลคุยกับเจ้าหน้าที่วารันต่ออีกเล็กน้อยเรื่องการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น
อารินยืนอยู่ด้านหลัง
เขามองซิตร้า
หญิงสาวคนนี้เป็นใครกัน
