บทที่ 1 — แล้วพบกันใหม่

เช้าวันใหม่ค่อย ๆ คลี่ตัวเหนือเมืองดาร์กา

แต่อารินตื่นก่อนแสงอาทิตย์จะมาเยือนเสียอีก

เขานั่งอยู่ข้างหน้าต่างชั้นสอง ชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นพิง มองถนนเบื้องล่างที่กำลังกลับมามีชีวิต

กลุ่มนักเรียนในชุดเครื่องแบบเดินผ่านอาคารพาณิชย์ กระเป๋าสะพายแกว่งตามจังหวะก้าว คนงานขนส่งสองคนยืนเถียงกันตรงหัวมุมถนน ขณะที่รถส่งของคันหนึ่งแทรกผ่านไปโดยไม่ลดความเร็ว

ทุกอย่างดูปกติ

โทรศัพท์บนขอบหน้าต่างสั่นเบา ๆ

การแจ้งเตือนที่เขาตั้งไว้เมื่อสามสัปดาห์ก่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

วันจบการศึกษา

อารินมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคว่ำโทรศัพท์ลง

กลิ่นเค็มของทะเลลอยเข้ามาตามรอยแยกของกรอบหน้าต่าง

ดาร์กามีกลิ่นแบบนี้เสมอ

ไม่ใช่กลิ่นทะเลสะอาดของน้ำเปิดโล่ง แต่เป็นกลิ่นของเมืองท่า น้ำเค็ม กลิ่นอับประจุจากเครื่องขับ และบางสิ่งที่เก่าแก่กว่านั้น

ราวกับเมืองทั้งเมืองถูกสร้างทับบางอย่างที่ไม่มีวันฝังกลบได้มิด

อารินลุกขึ้น ล้างหน้า แล้วหยิบแจ็กเก็ตจากตะขอข้างประตู

“ผมไปก่อนนะ”

เขาตะโกนลงไปชั้นล่าง

เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงแหบต่ำจะลอยขึ้นมาตามบันได

“ไปเถอะ”

อารินสวมหมวกกันน็อกแล้วออกจากบ้าน

ท่าเรือคึกคักตั้งแต่เช้า

เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่สามลำจอดอยู่ริมท่าเรือหลัก เครนยักษ์เคลื่อนตู้คอนเทนเนอร์ไปมาเหนือศีรษะ คนงานเดินขวักไขว่ท่ามกลางรถโฟล์กลิฟต์ เสียงกระแทกของสินค้าและเสียงเครื่องจักรดังต่อเนื่อง

อารินรู้จักคนส่วนใหญ่ที่นี่

เขาทำงานที่ท่าเรือแห่งนี้มาสองปีแล้ว

กุญแจรถถูกโยนมาทางเขา เจ้าของแทบไม่ได้เงยหน้ามอง

อารินรับไว้ตามความเคยชิน

“รอบแรกไปคลังห้องเย็นฝั่งตะวันออกก่อน” หัวหน้าพูดพลางเดินต่อ “หลังจากนั้นมีรับของอีกสองจุด”

“รับทราบ”

จริง ๆ แล้ววันนี้เขาควรอยู่ที่โรงเรียน

พิธีจบการศึกษา การถ่ายรูปครั้งสุดท้าย และทุกอย่างที่มาพร้อมกับการก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

แต่ค่าใช้จ่ายไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้น

ค่ารักษาพยาบาลของปู่ก็เช่นกัน

ดังนั้น แทนที่จะไปร่วมพิธีจบการศึกษา วันนี้ของอารินจึงเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า

อารินกำลังรัดสายยึดสินค้าของเที่ยวที่สอง ตอนที่ชาลวาโผล่มา

เจ้าหมอนั่นพิงอยู่ข้างรถบรรทุก ราวกับยืนอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว

“นายมาสาย”

“ฉันทำงานอยู่” อารินตอบโดยไม่เงยหน้า

“หมายถึงมาสายสำหรับงานจบการศึกษาของตัวเองต่างหาก”

ชาลวายกโทรศัพท์ขึ้นให้ดู

บนหน้าจอเป็นภาพถ่ายหมู่ ใบหน้าคุ้นเคยเรียงอยู่ด้วยกัน แขนพาดไหล่เพื่อน ทุกคนหรี่ตาสู้แสงแดด

มีเพียงคนเดียวที่หายไป

อาริน

เขารัดสายเส้นสุดท้าย ก่อนกระโดดลงจากรถ

“บอกมาว่าคืนนี้ยังจัดอยู่”

ชาลวายิ้มกว้าง

“หนึ่งทุ่ม จีน่าส่งข้อความมาตั้งแต่เช้าแล้ว”

ร้านอาหารอยู่ริมถนนเลียบคลองใกล้ปากแม่น้ำ ไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อ มีเพียงโต๊ะไม้ไม่กี่ตัวด้านนอก และเจ้าของร้านที่ทำอาหารตามอารมณ์ของตัวเองในแต่ละวัน

ทุกคนในกลุ่มรู้จักที่นี่มาตั้งแต่เด็ก

พอเดินทางมากันเองได้ พวกเขาก็เริ่มมากินที่นี่

ทุกคนมาถึงก่อนเขาแล้ว

เขาเพิ่งนั่งได้ไม่นาน คำถามที่ทุกคนต้องเจอในช่วงเวลาแบบนี้ก็เริ่มขึ้น

หลังจากนี้จะทำอะไร

จะไปที่ไหน

อนาคตเป็นอย่างไร

คำตอบส่วนใหญ่คือเอนดารา

เมืองหลวงมีแรงดึงดูดแบบนั้นเสมอ

มหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย ห้องทดลอง สำนักงานใหญ่ของบริษัทชั้นนำ รวมถึงสำนักงานใหญ่ของเฮอร์มิตคอร์ปอเรชัน

หากอยากเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า ดาร์กามักไม่ใช่ปลายทาง

เอนดาราต่างหาก

“จีน่าอยากสมัครเข้าสายงานวิจัย”

ใครบางคนพูดจากอีกฝั่งของโต๊ะ

อารินหันไปมอง

หญิงสาวก้มมองแก้วน้ำของตัวเอง

“สักวันหนึ่ง”

อารินรู้ว่าเธอพูดจริง

จีน่ารู้เสมอว่าตัวเองต้องการอะไร และอดทนพอจะรอให้มันเกิดขึ้น

เฮอร์มิตคอร์ปอเรชันรับเฉพาะนักศึกษาที่ดีที่สุดจากสถาบันชั้นนำ แต่เธอกำลังวางแผนล่วงหน้าไปแล้วหลายก้าว

“แล้วนายล่ะ?”

ใครคนหนึ่งถาม

อารินเอื้อมมือไปหยิบเครื่องดื่ม

“เดี๋ยวคงหาอะไรทำได้เอง”

โต๊ะเงียบไปชั่วครู่

ไม่มีใครซักต่อ

และนั่นคือสิ่งที่เขาชอบเกี่ยวกับพวกเขา

งานเลี้ยงเลิกหลังเที่ยงคืน

อารินขี่รถออกจากร้านตามลำพัง

เขาผ่านแยกหลักของเมือง ก่อนจะเลี้ยวผิดทาง

อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่เขาบอกตัวเอง

รถมอเตอร์ไซค์เคลื่อนต่อไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย ผ่านย่านที่แสงไฟเริ่มบางตา ก่อนถนนจะโค้งลงสู่ชายฝั่ง

ท่าเรือเก่าปรากฏขึ้นในความมืด

ท่าเทียบเรือผุพัง โกดังร้าง และพื้นที่อุตสาหกรรมที่ถูกทิ้งมาหลายปี ถูกรั้วเหล็กเก่าล้อมเอาไว้

อารินจอดรถแล้วเดินไปยังปลายท่าเรือ

ทะเลยามค่ำคืนมืดสนิท

ฝนเริ่มตกเป็นละออง ทำให้แสงของเมืองอีกฟากอ่าวพร่ามัว

เขาไม่ได้กลับมาที่นี่นานแล้ว

แต่ทุกครั้งที่ชีวิตกำลังเปลี่ยนไป เขามักนึกถึงสถานที่แห่งนี้

หลังจากพ่อแม่หายไปในทะเล ที่นี่คือสถานที่แรกที่ผู้คนพาเขามา

อารินจำคืนนั้นแทบไม่ได้แล้ว

เหลือเพียงเสียงคลื่น มือของปู่บนไหล่ และความเงียบ

ชายชราแทบไม่ได้พูดอะไร

สิบสี่ปีผ่านไป

อารินยืนอยู่กลางสายฝน คิดถึงจีน่าที่จะออกจากดาร์กาในเช้าวันรุ่งขึ้น และเพื่อนคนอื่น ๆ ที่กำลังแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง

แล้วแสงก็ปรากฏขึ้น

มันพุ่งจากใต้ผิวน้ำ ห่างจากชายฝั่งราวสามร้อยเมตร

ลำแสงสีม่วงเข้มพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลุผ่านกลุ่มเมฆต่ำ ก่อนหายไป

ทั้งหมดเกิดขึ้นไม่ถึงสองวินาที

แล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความมืด

อารินนิ่งค้าง

เขาเคยเห็นรอยแยกมิติมาก่อน

ใคร ๆ ก็เคยเห็น โดยเฉพาะคนที่เติบโตในเมืองชายฝั่ง

รอยแยกขนาดเล็กเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว บางครั้งเป็นเพียงคลื่นสั่นไหวในอากาศ บางครั้งเป็นแสงเรืองจาง ๆ

บางครั้งนักเก็บกู้ไปถึงก่อน

บางครั้งหน่วยตอบสนองของเฮอร์มิตคอร์ปอเรชันก็ไปถึงก่อน

มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเมืองไปแล้ว

แต่สิ่งที่เขาเพิ่งเห็นไม่เหมือนรอยแยกขนาดเล็ก

ขณะกำลังคิดถึงเรื่องนั้น ความร้อนก็เริ่มขึ้นกลางอก

ก่อนแผ่ไปทั่วร่างกาย

แรงกดดันก่อตัวอยู่หลังกระดูกหน้าอก

อารินก้มมองมือ

ปลายนิ้วกำลังเปล่งแสงสีม่วงจาง ๆ

“อะไร…”

ความร้อนพุ่งสูงขึ้นในทันที

อารินรีบถอดแจ็กเก็ต ตามด้วยเสื้อ

ฝนกระทบผิวหนัง แต่แทบไม่มีผล

ไอน้ำลอยขึ้นจากร่างกาย

หัวใจเต้นแรงจนเขาได้ยินมันชัดเจน ขอบภาพเริ่มพร่ามัว

อารินมองทะเล

แล้วก้าวลงไป

น้ำเย็นจัดปะทะร่าง แต่ไม่ช่วยอะไรเลย

เขาจมลึกลงไป

ความร้อนยังคงเผาอยู่ภายใน

ความมืด แรงดันน้ำ และความเจ็บปวดค่อย ๆ กลืนทุกอย่าง

จนในที่สุด เขาก็แยกไม่ออกอีกต่อไปว่าด้านไหนคือผิวน้ำ

และด้านไหนคือก้นทะเล


อารินลืมตาขึ้นในห้องสีขาว

ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงผนังเรียบสะอาดและความเงียบผิดปกติ

ข้างเตียงมีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่

เครื่องแบบของเฮอร์มิตคอร์ปอเรชันบ่งบอกตัวตนของเขาได้ทันที

ผมสีเทา ท่าทางสงบนิ่ง

อารินพยุงตัวลุกขึ้น ความเจ็บลึกแล่นขึ้นกลางอก ราวกับมีรอยฟกช้ำอยู่ภายใน

“สองวัน”

ชายชราพูดก่อนที่เขาจะถาม

“นายหมดสติไปสองวันเต็ม”

เขาเว้นช่วงเล็กน้อย

“รถมอเตอร์ไซค์อยู่ในอาคารจอดรถชั้นล่าง”

“ส่วนโทรศัพท์…”

“อยู่ก้นอ่าว”

อารินมองไปรอบห้อง

อุปกรณ์ข้างเตียงคล้ายเครื่องมือทางการแพทย์ แต่หน้าจอแสดงข้อมูลที่เขาไม่คุ้นเคย

“ที่นี่คือที่ไหน”

“สถานพยาบาลของเรา”

ชายชราลุกขึ้น

“สาขาดาร์กา”

เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนเตียง

“อ่านมันตอนที่พร้อม นายกลับได้ทุกเมื่อ เจ้าหน้าที่ทางออกได้รับแจ้งไว้แล้ว”

ชายชราเดินไปทางประตู

“แสงนั่น”

อารินเอ่ยขึ้น

“แสงในทะเล มันคือรอยแยกมิติใช่ไหม”

ชายชราหยุด แต่ไม่ได้หันกลับมา

“อ่านแฟ้มก่อน”

แล้วเดินออกไป

ไม่นานหลังจากนั้น อารินนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ในอาคารจอดรถ พลางเปิดแฟ้มเอกสาร

ส่วนแรกเป็นรายงานทางการแพทย์

ผลตรวจเลือด สัญญาณชีพ และข้อมูลสุขภาพทั่วไป

ทุกอย่างดูปกติ อย่างน้อยก็ในส่วนที่เขาเข้าใจ

จนกระทั่งถึงหัวข้อหนึ่ง

การประเมินแกนตบะ

อารินขมวดคิ้ว

สายตาเลื่อนลงไปยังบรรทัดถัดมา

พลังงานแกนตบะโดประมาณสามร้อยปี

เขาหยุดอ่าน

สามร้อยปี

ตัวเลขนั้นไม่มีเหตุผล

เขาเป็นแค่คนธรรมดาไม่เคยฝึกพลังตบะมาก่อน

แต่รายงานตรงหน้ากลับบอกว่าเขามี

พลังงานแกนตบะสามร้อยปี

อารินมองมือของตัวเอง

มันยังเหมือนเดิม

อย่างน้อยก็จากภายนอก

เขาเปิดหน้าถัดไป

คราวนี้ไม่ใช่รายงาน

มันคือข้อเสนอการจ้างงาน

เฮอร์มิตคอร์ปอเรชัน
หน่วยปฏิบัติการภาคสนาม

อารินอ่านหนึ่งรอบ

ก่อนพับแฟ้มเก็บ สตาร์ตมอเตอร์ไซค์ และขี่ออกจากอาคาร


ห่างออกไปสามช่วงตึก

หญิงสาวในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ธุรการวางโทรศัพท์ลง

“เขาออกไปเองแล้วค่ะ”

ชายชราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพยักหน้า สายตายังจับอยู่บนข้อมูลที่แสดงบนโต๊ะตรงหน้า

“เอาข้อเสนอไปด้วยไหม”

“เอาไปค่ะ ท่านผู้อำนวยการ”

“ดี”

“ถ้าเขากลับมา บอกผมด้วย”

หญิงสาวลังเลเล็กน้อย

“แล้วถ้าเขาไม่กลับมาล่ะคะ”

ชายชราเงยหน้าขึ้น

“เขากลับมาแน่”