บทที่ 2 — สิ่งที่อยู่ในแฟ้ม
ตอนที่เขากลับมาถึงบ้าน บ้านก็ว่างเปล่า
อารินคาดไว้อยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว
อเล็กมักมา ๆ หาย ๆ โดยไม่ค่อยบอกกล่าว นั่นเป็นนิสัยของเขาอยู่แล้ว แต่กระดาษโน้ตบนโต๊ะอาหารกลับเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก
พาปู่ของนายไปตรวจที่วารัน
โทรหานายสามรอบแล้ว แต่นายไม่รับ
บิลต่าง ๆ อยู่ในกล่องข้างตู้เย็น
อย่าปล่อยให้มันกองพอกอีกล่ะ
— อเล็ก
อารินวางกระดาษลงแล้วเปิดกล่อง
เขามองยอดรวมค่าใช้จ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปิดกล่องแล้วเดินขึ้นชั้นบน
อารินทิ้งตัวลงบนเตียง โดยมีแฟ้มเอกสารเปิดค้างอยู่บนหน้าอก
คราวนี้เขาอ่านมันอย่างจริงจัง
เขาเริ่มจากรายงานทางการแพทย์
ค่าตัวเลขที่เขาไม่เข้าใจยังคงอยู่ตรงนั้น
และยังดูเป็นไปไม่ได้เหมือนเดิม
ด้านล่างมีตราประทับ ลายเซ็นที่เขาไม่รู้จัก และรหัสจัดประเภทที่ยังไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขา
สามร้อยปี
อารินจ้องตัวเลขนั้นอยู่พักใหญ่
จริง ๆ แล้วเขาไม่ค่อยรู้ว่าระบบพวกนี้ทำงานอย่างไร
โลกใบนั้นอยู่ห่างจากตัวเขามาโดยตลอด
เรื่องของผู้คนจากสายเลือดต่าง ๆ
เจ้าหน้าที่ของเฮอร์มิตคอร์ปอเรชันที่สามารถทำสิ่งซึ่งดูไม่ใช่ผลจากการฝึกฝนธรรมดา
เขาเติบโตอยู่ตรงขอบของโลกใบนั้น
แต่ไม่เคยก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมันจริง ๆ
อารินปิดรายงานทางการแพทย์
แล้วหยิบเอกสารฉบับที่สองขึ้นมา
เฮอร์มิตคอร์ปอเรชัน — ฝ่ายปฏิบัติการภาคสนาม
ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
สถานที่รายงานตัว : สาขาดาร์กา
ค่าตอบแทน —
เขาหยุดอ่าน
มองตัวเลขนั้น
จากนั้นจึงจ้องเพดานอยู่พักใหญ่
ในเอกสารระบุเพียงว่าเป็นงานภาคสนาม มีการปฐมนิเทศและการฝึกอบรม
นอกเหนือจากนั้นแทบไม่มีรายละเอียดอะไรเลย
แต่อารินอาศัยอยู่ในเมืองนี้มานานพอจะเข้าใจภาพรวมคร่าว ๆ ของเฮอร์มิตคอร์ปอเรชัน
อย่างน้อยก็ในส่วนที่คนทั่วไปมองเห็น
เมื่อเกิดรอยแยกขึ้น
ทีมของพวกเขาจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ไปถึง
ปิดพื้นที่
และเก็บกู้สิ่งที่ออกมาจากรอยแยก
อารินนึกถึงแสงสีม่วงที่พุ่งขึ้นจากผืนน้ำ
นึกถึงความร้อนที่ปะทุขึ้นจากภายในร่างกายของตัวเอง
อุบัติเหตุ
ส่วนหนึ่งในใจพยายามบอกเขาเช่นนั้น
นายอยู่ที่ท่าเรือเก่าตอนดึกแล้วก็เกิดอะไรบางอย่างที่นายจำไม่ได้ทั้งหมด
เขาก้มมองมือของตัวเอง
แน่นอน
คงเป็นแบบนั้นแหละ
คืนนั้นอารินหลับไปทั้งที่แฟ้มเอกสารยังเปิดค้างอยู่
เช้าวันถัดมา เขาไปที่ท่าเรือ
โอรัน พ่อของชาลวา อยู่ที่โกดังแล้ว
ชายวัยกลางคนกำลังก้มหน้าตรวจรายการขนส่ง ด้วยความสงบนิ่งของคนที่ทำงานแบบเดียวกันมาสามสิบกว่าปี และยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นอารินเดินเข้ามา เขาเหลือบมองแฟ้มเอกสารใต้แขนของอีกฝ่าย
แต่ไม่ได้พูดอะไร
จนกระทั่งอารินเล่าเรื่องทั้งหมดจบ
“ขอดูหน่อย”
อารินส่งแฟ้มให้
โอรันอ่านเอกสารทั้งสองชุดโดยไม่แสดงสีหน้า ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ
“ฝ่ายปฏิบัติการภาคสนามสินะ”
“นายยังไม่รู้หรอกว่ามันหมายถึงอะไร”
“ครับ”
โอรันเงียบไปครู่หนึ่ง
เขารู้จักอารินมาตั้งแต่ก่อนที่เด็กคนนี้จะจำความได้เสียอีก
เห็นเขาเติบโตอยู่ตามท่าเรือ
จากเด็กที่วิ่งเกะกะไปทั่ว
กลายเป็นคนที่ช่วยงานได้
แล้วกลายเป็นลูกจ้างเต็มตัว
เขาเห็นเด็กคนนี้ลาออกจากโรงเรียนโดยไม่บ่นสักคำ
รับงานทุกอย่างโดยไม่เคยเรียกร้องอะไร
“ลองไปดูสิ”
โอรันพูดในที่สุด
“ท่าโหลดสินค้าไม่ได้หายไปไหนอยู่แล้ว ถ้ามันไม่เหมาะกับนาย ก็กลับมา”
อารินพยักหน้า
หลังจากนั้นอารินไปหาชาลวาที่บ้าน
อีกฝ่ายกำลังนั่งเดินสายไฟอะไรบางอย่างอยู่ในโรงรถ แขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก สีหน้าเต็มไปด้วยสมาธิ
แต่ทันทีที่เห็นแฟ้มในมืออาริน
สีหน้านั้นก็หายไป
“นั่นมัน…”
“ข้อเสนองานจากเฮอร์มิตคอร์ปอเรชัน”
ชาลวารับแฟ้มไป
อ่านได้ประมาณหนึ่งย่อหน้า
แล้วเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่อารินคุ้นเคยดี
สีหน้าของคนที่พยายามอย่างหนักไม่พูดคำว่า ก็เห็นชัดอยู่แล้ว ออกมาตรง ๆ
“นี่มันฝ่ายปฏิบัติการภาคสนามนะ”
“ฉันรู้”
“รู้ไหมว่าทุกปีมีคนสมัครตำแหน่งนี้กี่คน?”
“พอเดาได้”
“คนที่เรียนมาจริง ๆ ด้วยนะ จากหลักสูตรจริง ๆ มีพื้นฐานการฝึกจริง ๆ”
“อือ”
ชาลวาวางแฟ้มลง
“จีน่าเคยบอกว่าอยากเข้าฝ่ายวิจัยของพวกเขานี่”
เขาโบกมือครอบคลุมทั้งแฟ้ม ทั้งโรงรถ และความไม่น่าเป็นไปได้ทั้งหมดของสถานการณ์ตรงหน้า
“อยู่ ๆ ก็ได้มันมาเฉยเลย”
“ฉันไม่ได้มันมาเพราะทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไรสักหน่อย”
“เท่าที่รู้ ฉันถูกลากขึ้นมาจากทะเลด้วยซ้ำ”
“รายละเอียดปลีกย่อย”
ชาลวาพิงโต๊ะทำงาน
“มันเขียนว่ามีการปฐมนิเทศกับการฝึก”
“นั่นแปลว่าพอไปถึง เขาก็จะบอกเอง”
ชาลวาหยิบข้อต่อสายไฟขึ้นมาหมุนเล่นในมือ
“ไปเถอะ อย่างแย่ที่สุด ถ้ามันไม่เวิร์ก นายก็ยังมีงานที่นี่อยู่แล้ว”
เขาหยุดไปเล็กน้อย
“แต่ถ้ามันเวิร์ก…”
ชาลวายักไหล่
“มันอาจกลายเป็นอะไรที่ต่างออกไปจากเดิมทั้งหมดก็ได้”
อารินมองแฟ้มบนโต๊ะ
เร็วเกินไปนิดหน่อย
“เอาเถอะ”
เขาวางข้อต่อลงบนโต๊ะ
“แล้วเย็นนี้จะกินข้าวที่นี่ไหม?”
“แม่ทำปลาไว้เยอะเกินอีกแล้ว”
