บทที่ 35 — เรียกตัว

หลายวันหลังจากเหตุการณ์ทางเหนือ งานของสาขาคาริเวนยังคงเดินต่อเหมือนเดิม

ช่วงเช้าอารินพาทีมออกตรวจแนวตะวันออกตามตาราง จุดที่เคยพบร่องรอยของสัตว์ถูกตรวจซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะขยับ

ไปตามแนวโหนดที่อยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่หิน

พอถึงช่วงบ่าย รถสองคันก็กลับเข้าลานสาขา

อารินลงจากรถพร้อมปาวัน เจ้าหน้าที่อีกสองคนช่วยกันยกอุปกรณ์ตรวจกลับเข้าอาคาร คนหนึ่งยังมีผ้าพันแผลโผล่

พ้นแขนเสื้อ แต่แขนข้างนั้นใช้งานได้เกือบปกติแล้ว

อารินเปิดรายงานบนถุงมือ ตรวจข้อมูลที่ทีมส่งเข้าระบบอีกครั้งก่อนกดยืนยัน

การแจ้งเตือนใหม่ขึ้นมาทันที

ซาราน เซธ — มาพบฉันเมื่อเสร็จงาน

อารินเหลือบมองเวลา

“ผมไปหาหัวหน้าก่อน”

ปาวันพยักหน้า

“ครับ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการต่อ”

อารินเดินเข้าอาคารหลัก

ประตูห้องทำงานของซารานเปิดอยู่ เขาเดินเข้าไปหลังได้รับอนุญาตจากระบบ

ซารานนั่งอยู่หลังโต๊ะ ด้านหน้ามีข้อมูลภาคสนามเปิดอยู่หลายชุด

“นั่ง”

อารินดึงเก้าอี้ออก

ซารานแตะหน้าจอสองครั้ง ข้อความหนึ่งถูกส่งเข้าถุงมือของอาริน

ชื่อผู้ส่งอยู่ด้านบน

ธาริน

อารินเปิดอ่าน

ข้อความสั้นมาก

เรียกตัวอารินกลับดาร์กาโดยด่วน
ให้ออกเดินทางเช้าวันพรุ่งนี้

อารินอ่านจบแล้วปิดข้อความ

“พรุ่งนี้เช้า?”

“ใช่”

ซารานเลื่อนข้อมูลอีกชุดขึ้นมา

“ทีมของนายจะมีบลูอายคนอื่นรับต่อ”

อารินพยักหน้า

การขยับคนเข้ารับช่วงไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติ เพียงแต่ครั้งนี้เกิดเร็วกว่าแผนเดิมที่เขาคิดว่าจะอยู่ต่ออีกระยะ

“งานวันนี้ปิดให้เรียบร้อย”

“ครับ”

“ไปได้”

อารินลุกออกจากห้อง

ระหว่างทางกลับส่วนปฏิบัติการ เขาเปิดข้อความของธารินขึ้นมาอีกครั้ง

เรียกกลับด่วน

อารินปิดมันลง

เขาตรวจรายการภารกิจของทีม ส่งหมายเหตุในพื้นที่ที่ยังต้องกลับไปดู และปิดงานส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่

บลูอายที่จะรับช่วงถูกเพิ่มเข้ากลุ่มงานเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลทั้งหมดที่อารินบันทึกไว้เปิดให้อีกฝ่ายเข้าถึงตามสิทธิ์

ปาวันยืนดูตารางวันพรุ่งนี้อยู่ข้าง ๆ

“เร็วกว่าที่คิดนะครับ”

อารินมองแผนที่บนจอ

“ผมก็คิดอย่างนั้น”

ปาวันหัวเราะเบา ๆ

“งั้นคืนนี้กินให้คุ้มหน่อย”

อารินหันมอง

พระอาทิตย์ลดต่ำลงหลังแนวสันเขาตอนที่อารินเดินออกจากอาคารพัก

ปาวันส่งตำแหน่งนัดมาให้ก่อนหน้านั้นไม่นาน

อารินเดินผ่านแนวอาคารด้านหลัง แล้วลงไปตามทางดินลาดจากเนิน ไม่กี่นาทีต่อมาพื้นที่ตรงหน้าก็เปิดออกเป็น

ลานกว้างริมแนวป่า

ด้านหนึ่งมองกลับไปเห็นไฟจากสาขาคาริเวนอยู่บนเนิน

อีกด้านเป็นแนวต้นไม้ทอดยาวออกไปจนชนกับเงาภูเขาที่ซ้อนกันอยู่ไกล ๆ

ลมเย็นกว่าด้านบนเล็กน้อย

กลิ่นเนื้อย่างลอยมาตามลม

โต๊ะสามตัวถูกตั้งต่อกันอยู่กลางลาน เตาย่างสองชุดวางห่างออกไปด้านข้าง กล่องใส่อาหารกับเครื่องดื่มวางอยู่บน

โต๊ะ

เจ้าหน้าที่หลายคนนั่งกระจายกันอยู่แล้ว

“มาแล้วครับ”

ปาวันยกที่คีบขึ้นชี้

อารินเดินเข้าไป

“นี่คือที่บอกให้กินให้คุ้ม?”

“ครับ”

“ดูเยอะไปหน่อยนะ”

คนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเงยหน้าขึ้น

“เขาซื้อเหมือนทั้งสาขาจะมา”

ปาวันหันไปมองทันที

“ตอนซื้อคุณก็บอกเอาเพิ่ม”

“ผมหมายถึงเพิ่มอีกถาด”

“ก็เพิ่มแล้วครับ”

“นี่มันสามถาด”

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ

อารินดึงเก้าอี้ว่างออกมานั่ง

เจ้าหน้าที่ที่ยังพันแผลอยู่ตรงต้นแขนกำลังพยายามใช้มือข้างเดียวแกะซองบางอย่าง อีกคนที่นั่งข้าง ๆ ทนดูอยู่พักหนึ่งก่อนแย่งไปเปิดให้

“ขอบคุณ”

“พรุ่งนี้ไปเปลี่ยนผ้าพันแผลด้วย”

“รู้แล้ว”

“เมื่อวานก็พูดแบบนี้”

เจ้าตัวไม่ตอบ หยิบของในซองไปวางข้างจานแทน

ปาวันคีบเนื้อชุดใหม่ลงเตา

น้ำมันหยดลงบนถ่านดังฉ่า กลิ่นเนื้อย่างแรงขึ้นทันที

อารินรับจานที่ส่งมาตามโต๊ะ

บทสนทนารอบโต๊ะเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย ๆ

เรื่องรถคันหนึ่งที่ยังอยู่ในโรงซ่อม

เรื่องโดรนที่ต้องเปลี่ยนชุดขับหลังโดนกิ่งไม้ฟาด

เรื่องทีมเวรเช้าที่ต้องออกก่อนฟ้าสว่าง

ลมพัดเข้ามาเป็นระยะ ยอดไม้ริมลานไหวตามกันเป็นแนว

แสงสุดท้ายหายไปหลังภูเขา

ไฟพกพาสองดวงถูกเปิดขึ้นข้างโต๊ะ พอให้เห็นอาหารกับหน้าคนที่นั่งรอบวง ส่วนพื้นที่เลยแนวแสงออกไปค่อย ๆ

กลืนเข้ากับป่า

อารินนั่งกินไปเงียบ ๆ

ภาพแบบนี้กลายเป็นเรื่องคุ้นตาไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

มือข้างหนึ่งยื่นผ่านหน้าเขาไป

“ชิ้นนี้ผมจอง”

คนข้าง ๆ ตีหลังมือกลับ

“มันยังไม่สุก”

“เกือบแล้ว”

“กลับไปนั่ง”

อารินหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

เจ้าตัวหันมอง

“หัวหน้าก็เห็นใช่ไหมครับว่ามันสุกแล้ว”

อารินมองเนื้อบนเตา

ด้านหนึ่งยังแดงอยู่ชัดเจน

“ยังครับ”

เสียงหัวเราะรอบโต๊ะดังขึ้นอีกครั้ง

“พรุ่งนี้ไม่ใช่หัวหน้าคุณแล้วนะครับ”

ปาวันพูดจากหน้าเตา

คนเดิมชะงักไปนิดหนึ่ง

“จริงด้วย”

จากนั้นก็ยื่นที่คีบไปหาเนื้อชิ้นเดิมต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อารินไม่ได้พูดอะไร

ตำแหน่งหัวหน้าทีมที่เขารับมาตลอดช่วงอยู่คาริเวนกำลังจะจบลงพร้อมคำสั่งเรียกกลับครั้งนี้

เป็นครั้งแรกที่คนอื่นหันมารอการตัดสินใจจากเขา

บางครั้งมีเวลาให้คิด

บางครั้งไม่มี

และบางครั้งการตัดสินใจช้าเพียงไม่กี่วินาทีก็อาจเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ดาร์กาไม่เคยให้ประสบการณ์แบบนี้กับเขา

ที่นี่ การตัดสินใจบางครั้งมีผลกับชีวิตคนในทีมจริง ๆ

อารินมองเจ้าหน้าที่ตรงข้ามที่ยังมีผ้าพันแผลอยู่ชั่วครู่ ก่อนลดสายตากลับมาที่จาน

เขารู้แล้วว่าการพาคนออกไปกับการออกไปคนเดียวต่างกันแค่ไหน

เสียงฝีเท้าดังมาจากทางลาด

ซารานเดินลงมาจากสาขา

ปาวันหันไปเห็นก่อน

“หัวหน้ามาช้าครับ”

“ติดงาน”

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบดึงเก้าอี้ว่างออก

ซารานนั่งลง รับจานที่ส่งมาให้แล้วมองเตา

“เหลืออะไร”

ปาวันชี้ไปทางกล่องข้างโต๊ะ

“อีกเยอะครับ”

ซารานมองกล่องสามใบ

“ซื้อมาเลี้ยงใคร”

ทุกคนหันไปทางปาวันพร้อมกัน

“ทำไมเป็นผมอีกแล้วครับ”

เสียงหัวเราะดังขึ้น

ซารานหยิบอาหารขึ้นมากิน ไม่ได้พูดเรื่องอารินกลับดาร์กาแม้แต่คำเดียว

พวกเขานั่งกินกันต่อจนดึก

บางคนเริ่มเอนหลังพิงเก้าอี้

บางคนย้ายไปนั่งบนขอนไม้ตรงขอบลาน

เสียงคุยเบาลงตามอาหารที่ลดลง

อารินมองออกไปทางแนวเขา

เป็นที่ที่แกนตบะของเขาข้ามเข้าสู่วงพันปี

และเป็นที่ที่บางอย่างอีกชนิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาเป็นครั้งแรก

มีดสีดำทั้งสี่เล่ม

อารินลดสายตาลงมองมือของตัวเอง

เขายังจำความรู้สึกของการเชื่อมต่อนั้นได้

หลังจากใช้มันหลายครั้ง เขาเริ่มเข้าใจวิธีควบคุมมากขึ้น

มากพอที่จะจัดการสิ่งที่ทักษะอื่นของเขาหยุดไม่ได้

ความคิดนั้นทำให้มือที่วางอยู่บนเข่าขยับเล็กน้อย

มีดไม่เหมือนทักษะอื่น

มันใช้เพื่อสังหาร

ที่คาริเวน เขาใช้มันเพื่อปกป้องคนในทีม

แต่กลับดาร์กาแล้วคงไม่มีเหตุผลให้เรียกของแบบนั้นออกมาเพียงเพราะต้องจับใครสักคน

และยิ่งมีน้อยคนที่รู้เรื่องมัน ยิ่งดี

อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะรู้ว่ามันคืออะไร

“เอาอีกไหมครับ”

เสียงปาวันดังขึ้นข้างตัว

อารินหันกลับมา

จานเนื้อย่างถูกยื่นมาตรงหน้า

เขาหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น

“เอาครับ”

เกือบเที่ยงคืนกว่าทุกคนจะแยกย้าย

อารินเดินกลับที่พัก

ของส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ตั้งแต่ช่วงเย็นแล้ว เหลือเพียงอุปกรณ์บางชิ้นกับเสื้อผ้าที่จะใช้ตอนเช้า

เขาวางถุงมือไว้ข้างกระเป๋า ก่อนเดินไปเปิดหน้าต่าง

ลมเย็นพัดเข้ามาในห้อง

จากตรงนี้ยังเห็นเงาของแนวเขาอยู่ไกล ๆ

ข้อความจากธารินยังอยู่บนถุงมือ

เขามองมันอีกครั้ง

พรุ่งนี้เช้า

กลับบ้าน