บทที่ 46 — ปลดผนึก

อเล็กเข็นรถพาปู่ผ่านอาคารด้านในของศูนย์วิจัยไปเรื่อย ๆ

ยิ่งเข้าไปลึก ผู้คนยิ่งบางตา

เสียงสนทนา และความวุ่นวายจากเหตุโจมตีเมื่อช่วงเย็นค่อย ๆ ห่างออกไป จนเหลือเพียงเสียงล้อรถเข็นบนพื้นเรียบ

กับฝีเท้าของอาริน

ประตูอีกชั้นเปิดออก

ก่อนประตูด้านหลังจะปิดสนิท บางอย่างแตะเข้ากับสัมผัสของเขา

เขาชะลอฝีเท้า

ไม่ใช่แรงกดดันแบบที่เคยพบ

ความรู้สึกนั้นเบากว่ามาก

อบอุ่นจนแทบกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว

แต่อารินเพียงลองขยายสัมผัสออกไป ความอบอุ่นที่เหมือนอยู่ใกล้กลับทอดลึกออกไปจนไม่เห็นขอบเขต

อเล็กเหลือบมองมาทางเขา ก่อนหันกลับไปเข็นรถต่อ

ทางเดินสิ้นสุดที่ประตูบานหนึ่ง

ประตูเปิดออก

ห้องกว้างเกือบโล่ง

แสงไฟอ่อนจากภายนอกลอดผ่านกระจกบานสูงด้านหนึ่งเข้ามา พื้นที่ถัดจากหน้าต่างมีเพียงโต๊ะเตี้ย เก้าอี้สองตัว

และชั้นวางของที่มีของชิ้นเล็กๆอยู่ไม่กี่ชิ้น

หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่าง

เส้นผมสีเงินอมม่วงทอดยาวลงเหนือชุดสีขาว ดวงตาสีฟ้ามองออกไปด้านนอก

เธอไม่ได้หันมาในทันที

ปู่เป็นคนทำลายความเงียบก่อน

“โซเรยา รบกวนอีกแล้ว”

หญิงสาวละสายตาจากภายนอก

สายตาของเธอเลื่อนผ่านอเล็กและชายชราบนรถเข็นก่อนหยุดที่อาริน

อารินรู้สึกถึงสิ่งที่แตะสัมผัสของเขาก่อนหน้านี้อีกครั้ง

หญิงสาวมองเขาอยู่นานพอให้อารินเริ่มไม่แน่ใจว่าควรพูดอะไร

ก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้น

“โตขนาดนี้แล้ว”

เธอลุกจากเก้าอี้

อารินหันมองปู่โดยไม่รู้ตัว

ชายชราเพียงยิ้ม

หญิงสาวเดินผ่านพวกเขาไปยังกลางห้อง

“เข้ามาสิ”

อารินตามเข้าไป

เธอนั่งลงบนเบาะบางใกล้โต๊ะเตี้ย

อารินนั่งตรงข้าม

ระยะใกล้ทำให้ความรู้สึกก่อนหน้านี้ยิ่งชัด

เขาสัมผัสตบะของเธอได้

แต่ไม่สามารถจับความลึกของมันได้เลย

เธอขยับมาใกล้

อารินรู้สึกถึงฝ่ามือที่แตะลงกลางหลัง

ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านเข้ามา

อารินตั้งตัวตรง

มันเคลื่อนผ่านกล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นทางเคลื่อนของตบะในร่างอย่างนุ่มนวล ก่อนค่อย ๆ จมหายเข้าไปลึกกว่านั้น

ถึงแกนตบะ

วงพันปีภายในยังหมุนอยู่ตามปกติ

แต่เมื่อพลังของโซเรยาแทรกเข้าไป อารินก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่

ชั้นบาง ๆ ปิดล้อมแกนของเขาไว้

ความอบอุ่นแทรกตามรอยต่อที่มองไม่เห็น

อารินสูดลมหายใจเข้า

บางอย่างเริ่มคลายออก

วงพันปีสั่นไหว

ตบะส่วนหนึ่งในส่วนลึกพลันไหลออกมา

เร็วจนร่างกายตอบสนองตามสัญชาตญาณ

อารินพยายามควบคุมมัน

ฝ่ามือบนแผ่นหลังนิ่งอยู่ที่เดิม

“ปล่อย”

เพียงคำเดียว

อารินคลายการควบคุม

ตบะทะลักออกมาจากแกน

วงแหวนอีกชั้นเริ่มปรากฏ

เขาเคยผ่านการทะลวงมาแล้วครั้งหนึ่ง

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน

ตบะไหลออกจากแกนแทบไร้แรงต้าน

ราวกับสิ่งที่ถูกปิดไว้มานานกำลังเปิดออก

วงที่สองสมบูรณ์

กระแสพลังยังคงไหล

วงที่สามปรากฏตามมา

อารินกำมือแน่น

จากนั้นวงที่สี่ก็ก่อตัวขึ้นรอบแกน

เมื่อมันปิดสมบูรณ์ กระแสที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในจึงค่อย ๆ สงบลง

อารินลืมตา

ความรู้สึกในร่างแน่นขึ้นอย่างชัดเจน

เขาสัมผัสได้ถึงวงแหวนทั้งสี่ภายในแกน

ปู่มองสีหน้าของเขาแล้วหัวเราะ

หญิงสาวกลับนั่งลงตรงหน้าเขาอีกครั้ง

“เรียกมันออกมา”

อารินยกมือ

แพตเทิร์นกางขึ้นกลางอากาศ

วงย่อยทั้งสี่สว่างพร้อมกัน ใบมีดสีดำเลื่อนออกมาทีละเล่ม

เมื่อครบทั้งสี่ แสงของแพตเทิร์นค่อย ๆ จางหาย

มีดสีดำลอยอยู่รอบตัวอาริน

เพียงการเชื่อมต่อเกิดขึ้น เขาก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทันที

มันยังเป็นมีดชุดเดิม

รูปร่างเดิม

ผิวสีดำมันวาวไร้รอยต่อเหมือนเดิม

แต่ความรู้สึกจากมันหนักแน่นขึ้นมาก

อารินขยับความคิด

มีดสองเล่มเคลื่อนออกด้านข้าง อีกสองเล่มพุ่งสูงขึ้น ก่อนทั้งหมดจะหยุดพร้อมกันกลางอากาศ

อารินกำลังจะเรียกมีดกลับ

หนึ่งในนั้นกลับหยุด

เขาขมวดคิ้ว

ใบมีดค่อย ๆ เคลื่อนออกจากกลุ่ม

ตรงไปหาหญิงสาว

การเชื่อมต่อยังอยู่ครบ

ตำแหน่งของมีดยังชัดเจนอยู่ในความรู้สึก

แต่แรงควบคุมอีกสายหนึ่งแทรกเข้ามาเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์

ใบมีดลอยนิ่งเหนือฝ่ามือ

โซเรยามองผิวสีดำของมันอยู่ครู่หนึ่ง

“อสุราไม่มีอาวุธแบบนี้”

ปู่พยักหน้า

“ฉันเองก็ไม่เคยเห็น”

“เพราะมันไม่ใช่ของอสุราเพียงอย่างเดียว”

อารินเงยหน้าขึ้น

เธอไม่ได้พูดต่อทันที

นิ้วแตะขอบโต๊ะเบา ๆ

ลูกแก้วใสขนาดเล็กที่วางอยู่ด้านหนึ่งลอยขึ้น

มันเคลื่อนผ่านอากาศอย่างช้า ๆ ก่อนหยุดอยู่ระหว่างเธอกับอาริน

เพียงวัตถุชิ้นหนึ่งลอยอยู่กลางห้อง

“เอมิกาทำได้ดีกว่านี้ตอนอายุเท่าเธอ”

อารินมองเธอทันที

หญิงสาวสบตาเขา

คราวนี้รอยยิ้มชัดขึ้นเล็กน้อย

“แต่เธอไม่มีอาวุธสี่เล่มให้ปวดหัว”

อารินเผลอยิ้ม

ปู่หัวเราะขึ้นมา

บรรยากาศในห้องคลายลงเพียงชั่วครู่

ลูกแก้วค่อย ๆ กลับลงบนโต๊ะ

หญิงสาวมองอารินอีกครั้ง

“ส่วนของอสุราในแกนตบะของเธอถูกผนึกไว้นานเกินไป”

เธอพูดช้ากว่าเดิม

“จนสายเลือดอีกฝั่งที่ควรจางไปตามธรรมชาติกลับเติบโตขึ้น”

อารินนิ่งฟัง

“พิษที่เคยอยู่ในแกน น้ำตาชีว่า แล้วก็ผนึก…”

เธอหยุด

“ผลลัพธ์อยู่ตรงหน้าแล้ว”

อารินมองอาวุธของตัวเอง

สายเลือดสองฝั่งที่ตามปกติควรมีเพียงด้านหนึ่งแสดงออก

กลับปรากฏในแกนเดียวกัน

เขาปล่อยการเชื่อมต่อ

มีดทั้งสี่สลายไป

หญิงสาวมองตำแหน่งที่มันเคยลอยอยู่ ก่อนสายตาจะกลับมายังใบหน้าของอาริน

“เหมือนจริง ๆ”

เขานิ่งไป

ปู่หัวเราะออกมาเบา ๆ

หญิงสาวหันไปมองชายชรา

“เขายังไม่ได้บอก?”

อเล็กเดินไปจับรถเข็น

“กลับได้แล้ว”

อเล็กพารถเข็นหมุนกลับ

ปู่ถอนหายใจ ก่อนออกจากห้อง

หญิงสาวลุกไปยืนที่หน้าต่าง

อารินยังนั่งอยู่ที่เดิม

เขามีคำถามมากมาย

แต่กลับเลือกไม่ถูกว่าจะเริ่มจากตรงไหน

ด้านนอกมีเพียงแสงจากอาคารไกล ๆ กระจายอยู่เหนือแนวต้นไม้

ผ่านไปพักหนึ่ง อารินจึงถาม

“แม่ผมเป็นยังไงเหรอครับ”

“เวลาเจอเรื่องที่อยากรู้”

เธอกลับมานั่ง

“ใครห้ามก็ไม่ค่อยฟัง”

ประโยคนั้นฟังดูคุ้นอย่างประหลาด

อารินไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือไม่

หญิงสาวมองสีหน้าเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ

“ส่วนอาธอนเงียบกว่า”

เธอหยิบลูกแก้วใสบนโต๊ะขึ้นมาถือ

“แต่ดื้อพอกัน”

อารินนั่งฟัง

เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ

เอมิกาที่เคยนั่งฝึกจนดึกเพราะไม่ยอมแพ้ให้วัตถุชิ้นหนึ่ง

อาธอนที่มารออยู่ด้านนอกแต่ไม่เคยเข้ามาเร่ง

วันที่ทั้งสองเถียงกันเรื่องงานวิจัยจนไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะกลับมาด้วยกันในวันถัดไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เรื่องธรรมดา

แต่กลับเป็นเรื่องที่อารินอยากฟังที่สุด

เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว

หญิงสาววางลูกแก้วลงตรงหน้าเขา

“ลองสิ”

อารินมองมัน

เธอไม่ได้บอกว่าต้องทำอย่างไร

เขาปล่อยสัมผัสออกไป

ลูกแก้วอยู่ตรงหน้า

วัตถุธรรมดา

ไม่มีการเชื่อมต่อเหมือนมีดของเขา

เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงดึก

“พอ”

เธอวางมันกลับที่เดิม

ไม่มีคำชม

แต่สีหน้าของเธอดูพอใจ

อารินลุกขึ้น

“ผมคงต้องกลับแล้วครับ”

หญิงสาวพยักหน้า

เขาเดินไปถึงประตู

“อาริน”

มือที่กำลังจะยื่นไปแตะประตูหยุดลง

เขาหันกลับ

หญิงสาวยังนั่งอยู่ที่เดิม

สีหน้าที่เคยผ่อนคลายหายไปแล้ว

เธอเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

“ก่อนกลับเอนดารา มีเรื่องหนึ่งที่เธอควรรู้”

อารินรอฟัง

สายตาของเธอเลื่อนไปยังความมืดนอกหน้าต่าง

“ฉันเคยสัมผัสถึงเอมิกาอีกครั้ง”

อารินนิ่ง

ความเงียบในห้องเหมือนหนักขึ้นในทันที

“เมื่อไหร่ครับ”

“ไม่นานมานี้”

อารินมองเธอ

มีคำถามอีกหลายคำตามขึ้นมา

แต่สีหน้าของอีกฝ่ายทำให้เขาหยุด

ครั้งนี้เธอมองกลับมาตรง ๆ

“กลับไปเอนดารา”

เธอหยุดเล็กน้อย

“แล้วไปถามป้าของเธอ”

อารินสะอึก

ป้าของผม?

“อัมบา”